0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

featured image

เลี้ยงแมวต้องรู้!!! . 4 ประเภท อาหารแมว ที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤศจิกายน 14, 2019 - No Comments

การเลือกซื้อ อาหารแมว ให้เหมาะกับอายุของแมวเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องรู้ เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของแมวด้วยเช่นกัน โดยแบ่งเป็น3ช่วงวัยหลักๆดังนี้ ลูกแมว (หย่านมถึง1ปี)มีสารอาหารปริมาณมากเนื่องจากต้องบำรุงการเจริญเติบโตและพัฒนาการให้ในปริมาณน้อย วันละ 3ครั้ง แมวโต(1ปีขึ้นไป)ร่างกายพัฒนาช้าลง การใช้พลังงานลดน้อยลงให้วันละ 2 ครั้ง เลี่ยงให้อาหารรสเค็มซ้ำๆ ควรปรับเปลี่ยนให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน แมวแก่(10 ปีขึ้นไป)ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่ายควรให้อาหารเปียกสลับแห้ง

Read More
featured image

รู้ยัง!! แมวอ้วนเกิน มาตรฐานเสี่ยงต่อการเป็นโรคนะ…

By admin in สุขภาพแมว on พฤศจิกายน 14, 2019 - No Comments

มนุษย์ทาสส่วนใหญ่มักจะมองเห็น แมวอ้วน นั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนอยากเอามือไปจับพุงกลม ๆ นั้นขยี้เล่น ซึ่งไขมันส่วนเกินเหล่านั้นก็ทำให้น้องแมวดูน่ารักขึ้นมาจริง ๆ แต่ในความน่ารักเหล่านั้นกลับแฝงอันตรายต่อตัวน้องเองอย่างที่ทาสอย่างเราๆ อาจคาดไม่ถึง . อย่าง 4 โรคที่มักพบว่าเกิดขึ้นในแมวที่อ้วนมากกว่าแมวที่มีรูปร่างปกติ . 1. โรคเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือ แมวอ้วน ก็มีสิทธิ์เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้พอ ๆ กัน ยิ่งโดยเฉพาะในลูกแมวที่มีอายุไม่ถึง 1 ปีมักพบเป็นโรคเบาหวานมาก คงปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมว่าเวลามองตาใส ๆ นั้นอ้อนขอของกินมันยากที่จะปฏิเสธทุกที . 2. โรคกระดูกและข้ออักเสบ เนื่องจากร่างกายที่ต้องรับภาระมากเกินไปอาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนผิดตำแหน่ง และยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสะสมของธาตุแคลเซียมที่หมอนรองกระดูกอีกด้วย . 3. โรคทางระบบปัสสาวะ เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดนิ่ว อาจส่งผลให้น้ำหนักน้องแมวลดลงแบบผิดสังเกต และยังเพิ่มโอกาสการเกิดโรคไตอีกด้วย . 4. โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อถือเป็นสิ่งที่ตรวจเจอได้ยากที่สุด เพราะงั้นการป้องกันจึงสำคัญกว่าการนำไปรักษา . นอกจากนี้ในแมวอ้วนจะวางยาสลบได้ยากกว่าแมวปกติ จึงต้องใช้ตัวยาพิเศษและการดูแลรักษาที่มากกว่า . ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงต้องจ่ายค่ารักษาในปริมาณมากกว่าแมวทั่วไป ไม่เพียงก่อให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ เหล่านี้ สภาพความเป็นอยู่ไม่ว่าจะจากการเคลื่อนไหวที่เป็นไปไม่ได้อย่างใจ หรือการทำกิจกรรมแบบแมว ๆ ที่ไม่สามารถทำได้อาจส่งผลให้น้องแมวสะสมความเครียดและทำให้อายุสั้นลงได้อีกด้วย . ข้อสังเกตว่าน้องแมวของเราอ้วนเกินไปแล้วหรือเปล่า มีดังนี้... - จับไม่เจอกระดูกซี่โครง - หน้าท้องหย่อนยาน - มีคางสองชั้น - จะมองหรือจะจับก็ไม่เห็นเอวของน้องแล้ว วิธีป้องกันความอ้วนของน้องแมวทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เราต้องใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินให้เหมาะสมต่อช่วงวัยและสายพันธุ์ ยังทั้งยังต้องให้ความรักความเอาใจใส่และยังต้องเป็นเพื่อนพาน้องแมวทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับน้องด้วยของเล่นแมว หรือการจัดหาอุปกรณ์มาช่วยให้น้อง ๆ ได้ปีนป่ายใช้พลังงาน ไม่ต้องนอนอืดพุงย้วยรอเวลาป่วยนั่นเอง .

Read More
featured image

4 แมวมงคล กับความเชื่อที่จะยิ่งทำให้เอ็นดูน้อง

By admin in เรื่องแมวๆ on พฤศจิกายน 10, 2019 - No Comments

แมวกับความเชื่อเป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ เรื่องของ แมวมงคล  บางความเชื่อก็ชวนให้เอ็นดูเหล่าน้องแมว ซึ่งนี่แหละเป็นจุดเริ่มของการเป็นทาสแมวของทาสบางคน ...ใช่หรือเปล่านะ แมวศุภลักษณ์ น้อง แมวมงคล สีทองแดงหรือสีน้ำตาลเข้มทั้งตัว เวลาขนที่แสนจะสุขภาพดีของน้องสะท้อนกับแสงไฟยิ่งเห็นความสวยเด่นอันเป็นเอกลักษณ์จนชวนให้หลงใหล แต่ที่บริเวณอุ้งเท้าของน้องจะมีสีชมพู ซึ่งความเชื่อที่มีต่อแมวมงคลสายพันธุ์นี้คือ ใครที่เลี้ยงเจ้าแมวศุภลักษณ์จะช่วยเสริมให้เป็นเจ้าคนนายคน และเงินทองไหลมาเทมา แมววิเชียรมาศ เป็นแมวมงคลที่ค่อนข้างจะพบเห็นได้บ่อย ซึ่งลักษณะพิเศษของน้องคือขนสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน และจะมีสีน้ำตาลไหม้อยู่ 9 จุด คือ จมูก หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ข้าง อวัยวะเพศ และหาง ตอนยังเด็กอาจจะยังมีสีที่ไม่เข้มมาก แต่เมื่อโตสีน้ำตาลไหม้จะยิ่งเห็นชัด ดวงตากลมโตสีฟ้าสดใสจนบางทีได้สบตาก็พาลให้หลงใหลไปเสียดื้อ ๆ ส่วนในเรื่องของความเชื่อ คือ ใครที่เลี้ยงน้องแมววิเชียรมาศจะมีทรัพย์สมบัติเพิ่มพูน ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แถมยังเป็นแมวที่ชนชั้นสูงในอดีตมักจะชอบเลี้ยงไว้ แมวมาเลศ หรือแมวสีสวาด แมวมงคลผู้มีขนสีเทาเงินทั่วทั้งตัว ดวงตาสีเหลืองอำพันหรือสีเขียวอ่อนน้ำทะเล เจ้าแมวมาเลศนี้เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองหญิงแกร่งอย่างจังหวัดนครราชสีมานั่นเอง จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “แมวโคราช” และในเรื่องของความเชื่อจะทำให้ผู้เลี้ยงมีแต่ความสุขทั้งกายและใจ มีความสงบร่มเย็น และพบเจอแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิต แมวโกนจา เป็นแมวที่มีสีดำสนิททั้งตัว ขนเส้นเล็กสั้นและหนา ดวงตาเป็นสีเหลืองอมเขียว ลักษณะค่อยข้างปราดเปรียว หูตั้ง หัวกลมขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซึ่งใครจะมาบอกว่าน้องเป็นแมวอัปมงคลหรือเกี่ยวข้องกับความตายไม่ได้แล้วนะคะ เพราะความเชื่อของคนที่เลี้ยงแมวมงคลโกนจานี้คือคนที่มีอำนาจวาสนาดี เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความเมตตาอยู่เสมอ ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ในอนาคตทั้งหน้าที่การงานและการศึกษา อันที่จริงแมวมงคลของไทยมีอยู่ด้วย 17 ชนิด แต่ในปัจจุบันเหลือที่พบเห็นได้เพียง 4 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้น เพราะงั้นรีบเช็คเจ้านายของบ้านด่วน ๆ เลยว่าเข้าข่ายแมวมงคลด้วยหรือไม่ ถ้าใช่อย่าลืมหาเครื่องเซ้นดี ๆ มาให้น้องกันนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ส่วนน้องแมวบ้านไหนไม่เข้าข่ายก็อย่าพึ่งรีบเอาน้องไปปล่อยวัด เพราะถึงไม่ใช่แมวมงคลแต่ก็เป็นแมวที่สร้างความสุขให้ทาสอย่างเรา ๆ เช่นกัน ไม่เชื่อลองสบตาเจ้านายที่บ้านดูสิคะ

Read More
featured image

เตือนภัย!! ” ก้อนขนแมว ” เรื่องธรรมชาติที่ไม่ควรมองข้าม!!!

By admin in สุขภาพแมว on กันยายน 25, 2019 - No Comments

ก้อนขนแมว ที่แมวกินเข้าไปเกิดจากอะไร แมวเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมชอบเลียขนทำความสะอาดตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะแบบนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลยที่ขนที่ถูกเลียเหล่านั้นจะหลุดเข้าไปในระบบทางเดินอาหารของน้อง . ซึ่งขนที่หลุดร่วงเข้าไปเหล่านั้นเมื่อสะสมอยู่ปริมาณมากเข้าก็เรียกกันว่า “ก้อนขนแมว” หรือ “Hairball” . โดยธรรมชาติ ก้อนขนแมว เป็นสิ่งที่น้องไม่สามารถย่อยสลายได้ แต่จะขับออกมาโดยวิธีขับถ่ายอุจจาระหรือการอาเจียนออกมา . แต่หากมีการสะสมมากเข้าก็ยากที่น้องแมวจะสามารถเอาก้อนขนออกมาเองได้ ก่อให้เกิดการอุดตันและโรคอื่น ๆ ที่จะตามมาในภายหลัง จนอาจถึงขั้นทำให้น้องเสียชีวิตได้เลย . อาการผิดปกติจนเกิดการสะสมของ ก้อนขนแมว จนน้องขับออกมาเองไม่ได้ จะทำให้เกิดผลต่อร่างกายน้องดังนี้ 1. อาเจียนออกมาแต่ไม่มีก้อนขนแมวออกมาด้วย 2. เริ่มเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อยลง 3. อ่อนแรง 4. ท้องผูกหรือบางครั้งอาจเป็นท้องเสียแทน ซึ่งอาการภายนอกเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบที่กลายเป็นปัญหาภายในได้ต่อไป เพราะแบบนั้นควรรีบพาน้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรักษาอาการได้อย่างทันท่วงทีจะดีที่สุด . และในปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตอาหารเสริมที่ช่วยลดก้อนขนซึ่งส่วนใหญ่มักจะผสมสารที่ช่วยหล่อลื่นลำไส้เพื่อให้ก้อนขนแมวสามารถขับออกไปได้ง่าย หรือบางอย่างผสมไฟเบอร์สูงจึงช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เป็นต้น . แต่วิธีเหล่านี้ไม่สามารถการันตีว่าใช้ได้กับแมวทุกตัว และทางสัตวแพทย์ยังออกมาให้ความเห็นอีกว่าโดยปกติน้องแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ . การได้รับไฟเบอร์หรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปอาจทำให้ระบบย่อยอาหารของน้องเสียความสมดุลไปได้ เช่นนั้นแล้วควรพิจารณาอาหารเสริมเหล่านั้นให้ดีก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรับรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก็ตาม . สุดท้ายวิธีที่เหล่าทาสจะช่วยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดก้อนขนแมวสะสมอยู่มากจนเกิดการอุดตันคือวิธีช่วยน้องแปลงขน โดยทั่วไปแมวพันธุ์ขนยาวมักจะมีโอกาสเสี่ยงมากที่สุด อาจต้องแปลงขนให้น้องทุกวัน ในขณะเดียวกันเจ้าเหมียวขนสั้นก็มีโอกาสสะสมได้เช่นกันจ้า . @cataccessories แปรงขนแมว ช่วยเก็บขนแมวที่ตัวแมวได้ดี ได้ดี ช่วยลดการกินของแมวได้

Read More
featured image

ขนมแมวเลีย ?? ให้กินยังไงไม่ให้ตกเป็นทาสเจ้าเหมียว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 25, 2019 - No Comments

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ขนมแมวเลีย เป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับคนเลี้ยงแมว แต่ขนมก็ยังคงเป็นขนม เพราะฉะนั้นเหล่าทาสควรให้ ขนมแมวเลีย ในปริมาณที่เหมาะสม โดยให้อาหารหลักที่มีโภชนาการครบถ้วนสำหรับน้องแมวยังคงเป็นอาหารมื้อสำคัญ ดังนั้นปริมาณที่จะให้ขนมแมวควรอยู่ที่ 10% ของพลังงานที่น้องแมวต้องการ ในแมวแต่ละตัวหรือแต่ละช่วงวัยย่อมต้องการใช้พลังงานไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้ - ลูกแมววัยกำลังโต พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 2.5 x RER - แมวโตเต็มวัยที่ทำหมันแล้ว พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.2 x RER - แมวโตเต็มวัยที่ยังไม่ทำหมัน พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.4 x RER - แมวยังไม่อ้วนแต่มีโอกาสเสี่ยงอ้วนง่าย(ชอบนอน ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย) พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.0 x RER - แมวอ้วนที่ต้องลดน้ำหนัก พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 0.8 x RER โดยค่า RER คือค่าพลังงานที่น้องแมวต้องการขณะพัก คำนวณได้จาก 70 x น้ำหนักตัว(kg) x 0.75 สำหรับผลเสียที่เกิดจากการที่น้องแมวได้รับพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ คือ 1. น้ำหนักตัวที่มากเกินพอดี 2. เป็นโรค เช่น เบาหวาน โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง ฯลฯ ทำให้เหล่าต้องปวดหัวหาเงินมารักษาน้อง 3. ก่อให้เกิดปัญหาเลือกกิน เพราะน้องจะไม่กินอาหารหลักและรอคอยแค่ขนมแมวเลียเท่านั้น ส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นแล้ว การให้ ขนมแมวเลีย ในโอกาสที่เหมาะสมจึงสมควรกว่า อย่างเช่น ให้เพื่อเป็นรางวัลเมื่อน้องแมวทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างที่เราต้องการ หรือปลอบใจเมื่อเราต้องบังคับน้องทำบางสิ่งบางอย่างที่สะเทือนใจอย่างการอาบน้ำหรือการพาไปหาคุณหมอนั่นเอง หากทาสคนไหนที่ยังมีพฤติกรรมตามใจน้องทุกครั้งที่ร้องขอก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยคำนึงถึงสุขภาพน้องให้มาก ๆ แทนด้วยนะ @cataccessories

Read More
featured image

5 สาเหตุทำให้ แมวท้องผูก กับ 8 วิธีช่วยเจ้าเหมียว

By admin in สุขภาพแมว on กันยายน 24, 2019 - No Comments

โดยปกติแมวที่มีสุขภาพดีจะต้องปลดทุกข์อย่างน้อยวันละครั้ง ก้อนอุจจาระจับตัวเป็นก้อนและมีความชื้น แต่เมื่อไหร่ที่เหล่าทาสเห็นว่าในกระบะทรายของน้องไม่มีก้อนอุจจาระเป็นเวลาอย่างน้อย 2 วัน ควรที่จะเริ่มสังเกตอาการของเจ้าเหมียวให้ดี เพราะน้องอาจจะกำลังเผชิญกับสภาวะ แมวท้องผูก ได้นั่นเอง และยิ่งมีอาการร่วมอย่างการกินอาหารได้น้อยลง เบื่ออาหาร กินน้ำน้อย อาเจียน หลบซ่อนตัว หรือร้องเสียงดังเวลาปลดทุกข์แล้วละก็ ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่แมวของเราจะท้องผูกเข้าแล้วละ สาเหตุของ แมวท้องผูก มีด้วยกันถึง 5 ข้อ คือ.. 1. ได้รับน้ำไม่เพียงพอ 2. น้องแมวมีภาวะต่อมก้นอักเสบ 3. มีภาวะเป็นโรคข้อกระดูกก่อให้เกิดความเจ็บปวดขณะเบ่งถ่าย ซึ่งโดยมากจะเป็นในแมวที่มีอายุมาก 4. ลำไส้หยุดการทำงาน ก่อให้เกิดโรคที่เรียกว่า “โรคลำไส้ขยายใหญ่” 5. ลำไส้อุดตันจากสิ่งแปลกปลอม เช่น ก้อนขน เป็นต้น หากแมวท้องผูกยังมีอาการไม่รุนแรงมากทาสอย่างเรายังพอที่จะมีวิธีช่วยให้น้องแมวของเราขับถ่ายออกมาได้เป็นปกติ หรือป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในสภาพแมวท้องผูกได้ ซึ่งมีด้วยกันถึง 8 วิธี(ทางที่ดีควรปรึกษากับสัตวแพทย์ร่วมด้วย) 1. ใช้เจล Laxatone ช่วยให้หล่อลื่นขึ้น ช่วยหล่อลื่นลำไส้ของแมว 2. เพิ่มกากใย Metamucil ทำให้น้องขับถ่ายได้ง่ายขึ้น 3. ยาระบาย Miratax 4. ฟักทองนึ่งช่วยเพิ่มกากใย 5. รำข้าวสาลีช่วยเพิ่มกากใย 6. ทำให้น้องแมวได้รับน้ำเพิ่มขึ้น 7. ควบคุมน้ำหนัก เพราะแมวอ้วนเสี่ยงท้องผูกได้มากกว่าแมวปกติ 8. ให้แมวได้ยืดเส้นยืดสายและออกกำลังมากขึ้นจะช่วยในน้องไม่ต้องเสี่ยงเป็น แมวท้องผูกนั่นเอง ที่มา : honestdocs.co @cataccessories แมวบางตัวไม่ชอบกินน้ำ การใช้น้ำพุแมว จะช่วยทำให้แมวอยากกินน้ำมากขึ้น

Read More
featured image

6 ประโยชน์ของการ แปรงขนแมวให้เจ้าเหมียวน้อยของเรา

By admin in เรื่องแมวๆ on กันยายน 24, 2019 - No Comments

การ แปรงขนแมว มีประโยชน์อย่างไรวันนี้เรามี 6ข้อที่ดีกับแมวและทาสแมวยังไงก็ แปรงขนแมว กันบ้างนะครับ ได้ตรวจสภาพผิวหนังไปในตัว สร้างความรักความผูกพันระหว่างทาสกับนาย กำจัดขนที่หลุดร่วงออกไป ป้องกันไม่ให้ขนหยาบกร้าน ลดการสำลักก้อนขน ช่วยให้ขนน้องเป็นประกายเงางาม แปรงขนแมว ซิลิโคนเก็บขนแมวได้ดี

Read More
featured image

11 ข้อต้องรู้ก่อนพาเจ้าเหมียวไป ทำหมันแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 24, 2019 - No Comments

การจะพาแมวไปทำหมันนั้น ต้องเตรียมความพร้อมทั้งตัวเจ้าของเองและตัวแมวเองเช่นกัน เราก็มีการเตรียมตัวก่อนและหลัง ทำหมันแมว มาแนะนำกันครับ

Read More
featured image

เจ้าของแมว ต้องรู้!!! ทำไมต้อง ฉีดวัคซีนแมว ป้องกันไข้หัด หวัดแมว?

By admin in สุขภาพแมว on กันยายน 24, 2019 - No Comments

เพื่อสุขภาพที่ดีของแมวและเราอยากให้แมวที่เรารักของเราอายุยืนยาวอยู่ด้วยกันไปนานๆ การ ฉีดวัคซีนแมว ป้องกันโรคและให้สัตว์แพทย์ตรวจดูอาการก็จะช่วยทำให้แมวของคุณสุขภาพดีไม่ป่วยง่าย พาแมวไปฉีควัคซีนง่ายๆด้วยกระเป๋าใส่แมวแบบสะพายหลังมีรูระบายอากาศ

Read More
featured image

มีลูกพร้อมเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ ถ้าที่บ้านมี แมวกับเด็ก ต้องทำเช่นไร

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 21, 2019 - No Comments

บางครั้งในบ้านของผู้ที่เลี้ยงแมวหรือสุนัขอยู่แล้ว แต่สุนัขหรือ แมวกับเด็ก ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ ...แค่ต้องรู้และเข้าใจ สำหรับครอบครัวไหนที่กำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ ที่พร้อมจะลืมตามาดูโลกในอีก 9 เดือนข้างหน้า แต่บังเอิญว่ามีเจ้าถิ่นเก่าอย่างเจ้าเหมียวหรือมะหมาอยู่ด้วย หลายคนอาจเป็นกังวลว่ามันจะส่งผลไม่ดีต่อลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาหรือไม่ บางคนถึงขั้นเอาพวกน้องไปปล่อยหรือหาบ้านหลังใหม่ให้อยู่ แต่การทำแบบนั้นเป็นการทำร้ายจิตใจของน้อง ๆ มาก เพราะงั้นแล้วเราจึงนำวิธีการอยู่ร่วมกันจากทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs มานำเสนอ เพื่อที่เราจะไม่ต้องใจร้ายกับสัตว์เลี้ยง และยังอยู่ร่วมกันได้ด้วยนั่นเอง 1. พาสัตว์เลี้ยงไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคที่อาจจะแฝงอยู่ หากพบควรแยกและพักรักษาจนกว่าจะพ้นระยะโรค และหากไม่มีก็ควรเฝ้าระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงไปติดโรคมา เช่น อาจต้องบังคับให้น้องแมวเป็นเด็กดีอยู่ในบ้านไม่ออกไปคาบหนูเล่นนอกบ้านจนติดโรคไปก่อน 2. หากสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงควรใส่ถุงมือป้องกัน หรือล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสตัวน้อง 3. ระวังไม่จับดินทรายด้วยมือเปล่า เพราะอาจมีสิ่งที่น้อง ๆ ถ่ายเอาไว้ 4. หากปลูกผักรับประทานเองควรล้างให้สะอาดทุกใบก่อนนำมาปรุงอาหาร 5. ไม่ทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน และหากใครที่คิดอยากจะเลี้ยงดูแลสัตว์เลี้ยงไปพร้อม ๆ กับลูกน้อย ใครใส่ใจ 3 ข้อต่อไปนี้ให้มาก เพราะภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงและตัวเด็กเองอาจก่อปัญหาให้เกิดอันตรายขึ้นได้ 1. แบ่งปันความรักไปพร้อม ๆ กับการทุ่มเทเลี้ยงลูก เพราะน้องย่อมต้องการความรักจากเราอยู่ตลอดเวลา แต่การเลี้ยงลูกเล็กก็ต้องการความเอาใจใส่อย่างมาก เช่นนั้นเราควรจัดสรรเรื่องของเวลาเพื่อมอบความรักให้กับทั้งลูกและสัตว์เลี้ยงไปได้พร้อม ๆ กัน 2. สัตว์เลี้ยงที่กำลังจะเลี้ยงหรือเลี้ยงอยู่เหมาะสมกับการอยู่กับเด็กอ่อนหรือเปล่า อุปนิสัยของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ สัตว์บางตัวอาจเป็นมิตรกับทุกสิ่งบนโลก แต่กับสัตว์บางตัวก็ขี้รำคาญจนอาจก่ออันตรายให้เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัวเพราะโดนกระตุ้น เช่นนั้นอาจจะต้องแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันอันตรายที่คาดไม่ถึง 3. การปลูกฝังนิสัยรักสัตว์ให้กับลูกน้อย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยปกติเด็กในวัยแรกเกิดจนถึงวัน 6 ขวบ มักจะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูเป็นหลัก หากพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูมีความรัก ความอ่อนโยนให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นแบบอย่างแล้ว ต่อไปในอนาคตลูกน้อยจะต้องเติบโดเป็นคนที่รักสัตว์และสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงของเราได้อย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่น่ารักและอ่อนโยนต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย

Read More