แพ้ขนแมว

แพ้ขนแมว สาเหตุการณ์เกิดภูมิแพ้แมวเพราะอะไรกันแน่

มีทาสแมวบางกลุ่มที่ชื่นชอบเจ้าสัตว์ขนปุยขี้อ้อนนี้ แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับสัมผัสกับความรักของเจ้าเหมียวได้ไม่เต็มร้อย ด้วยเพราะสภาพร่างกายที่เวลาอยู่ใกล้น้องแมวทีไรเป็นต้องเกิดอาการแพ้ทุกที บางคนก็บอกว่าแพ้ขนของแมว แต่ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่?

                สารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้แมวที่จริงแล้วเป็นโปรตีน Felis domesticus allergen 1 หรือ Fel d 1 ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็กและมีอยู่ในน้ำลายและผิวหนังของแมว และเพราะขนาดที่เล็กและยังติดหนึบนี้ด้วยทำให้โปรตีนชนิดนี้สามารถเกาะติดกับเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งต่างๆ ได้เป็นเวลานาน 5 – 6 เดือนเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นอนุภาคของ Fel d 1 นี้ยังสามารถลอยฟุ้งอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานอีกด้วย เพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่กลุ่มคนแพ้แมวจะเป็นได้แม้ในเวลาที่ไม่มีแมวอยู่ใกล้ๆ หรือเข้าไปในสถานที่ที่เคยมีแมวอาศัยอยู่

                อาการของผู้เป็นภูมิแพ้แมวจะมีเริ่มต้นตั้งแต่ ไอ จาม คันตามผิวหนัง คันตา คันจมูก หรือร้ายแรงจนถึงขึ้นเกิดอาการหายใจไม่ออก หรือเป็นหอบหืด เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เกิดอาการเหล่านี้สามารถสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้นได้โดยการลองไปอยู่ในที่ที่ไม่มีแมว 1 – 2 สัปดาห์ หากอาการดีขึ้นแสดงว่าเราอาจเข้าข่ายเป็นภูมิแพ้แมว แต่เพื่อความชัวร์ควรให้แพทย์ช่วยทดสอบหาอาการแพ้ด้วยจะดีกว่า

                เช่นนั้นแล้วสำหรับเหล่าทาสแมวเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่จะได้สัมผัสใกล้ชิดน้องแมว แม้ว่าไม่ใช่ขนโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่น้ำลายที่น้องแมวมักชอบเลียขนตัวเองอยู่เสมอจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญ คำแนะนำที่ดีที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงหรือตัดใจจากเจ้าเหมียว แต่อย่างว่าละนะ… ในเมื่อตกเป็นทาสแมวแล้วมันก็อดใจไม่ไหว เพราะแบบนั้นเหล่าทาสแมวผู้เป็นภูมิแพ้แมวแต่มีใจรักจึงควรปฏิบัติดังนี้

  1. ไม่นำน้องแมวเข้ามาเลี้ยงภายในห้องนอน เพราะการได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ในตอนกลางคืนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นในตอนกลางวัน และรวมถึงไม่ควรปล่อยน้องแมวให้วิ่งเล่นบนเฟอร์นิเจอร์ที่เราจำเป็นต้องใช้ประจำ และการนำขึ้นรถด้วย
  2. ทำความสะอาดบ้านและดูดฝุ่นอยู่เป็นประจำ
  3. อาบน้ำให้น้องแมวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการปนเปื้อนของโปรตีน Fel d 1
  4. แปรงขนในน้องแมวเป็นประจำ
  5. ให้วิตามินประเภทโอเมก้ากับน้องแมว เพื่อลดการหลุดร่วงของขน
  6. ล้างมือทุกครั้งหลังเล่นหรือสัมผัสกับแมว
  7. ทำความสะอาดของเล่นและที่นอนของน้องทุกสัปดาห์
  8. ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีรับมือตามอาการที่เกิดขึ้น

แม้ว่าในปัจจุบันอาการภูมิแพ้แมวจะไม่มียาที่รักษาให้หายขาดได้ นอกจากการกินยาที่ทำให้หายในเวลานั้น แต่อาจจะเป็นใหม่ได้ในทีหลัง แต่ก็ยังมีวิธีบำบัดโดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายทีละน้อย และค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อสารก่อภูมิแพ้แมว ซึ่งควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะนำมาใช้กันด้วยนะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *