0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

Archives

featured image

ไรในหู (Ear Mite) โรคที่เกิดจากปรสิตสุดฮิตที่แมวและสุนัขเป็นกันบ่อย

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 7, 2018 - No Comments

ไรในหู (Ear Mite) โรคที่เกิดจากปรสิตสุดฮิตที่แมวและสุนัขเป็นกันบ่อย ไรในหูแมว ไรในหูสุนัข หูเป็นเชื้อรา เห็บหมัด ไรแมว สาเหตุ เกิดจากไรในช่องหู ที่ชื่อว่า Otodectes cynotis โดยอาศัยอยู่ในช่องหูของทั้งสุนัขและแมว ไรในหู จะอาศัยอยู่บนผิวหนังในช่องหูและเก็บกินเศษผิวหนังและขี้หูเป็นอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังในช่องหูได้ง่าย อาการ พบขี้หูมีลักษณะเปียก และมีสีน้ำตาลเข้ม อาจพบ ไรในหู ลักษณะคล้ายฝุ่นขนาดเล็กสีขาวเคลื่อนไหวได้ บนขี้หู พบอาการคันหูอย่างรุนแรง ร่วมกับการเกิดผื่นแดงที่ใบหูและในช่องหู พบอาการสะบัดหูบ่อยๆในบางกรณีจะพบการเกิดการบวมของใบหู มีอาการอักเสบของช่องหูส่วนนอกตามมา โดยอาจจะพบเป็นข้างเดียวหรือเป็นทั้ง2ข้าง การวินิจฉัย สามารถทำได้โดยนำเอาขี้หูส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะให้ผลในการตรวจดีที่สุด การป้องกันและรักษา ข่าวดีคือตอนนี้ทางเพจและเว็บ cataccessories ของเราตอนนี้ก็มีผลิตภัณฑ์สำหรับแก้ปัญหา ไรในหู นั่นก็คือสเปรย์ซิลเวอร์นาโน รักษา เชื้อราแมว กำจัดไรแมว ยับยั้งแบคทีเรีย ขจัดกลิ่น แมวเลียได้ มาตราฐานญี่ปุ่น มี อย.รับรอง หยุดทุกขั้นตอนปัญหาไรแมว ขจัดกลิ่น ฆ่าเชื่อแบคทีเรีย วิธีใช้ : รักษาเชื้อราแมว พ่นโดยตรงบริเวณที่เป็น เชื้อราแมว เช้า-เย็น  สามวันจะเริ่มเห็นผล รักษาไรหู ใช้คอตตอนบัตจุ่มซิลเวอร์นาโนแล้วเช็ดทำความสะอาด ป้องกัน พ่นที่ตัวให้โดนที่ผิวหนัง 2-3 วัน/ครั้ง และนอกจากนี้ปัจจุบันมียาหยดหลัง ที่สามารถรักษาและป้องกัน ไรในหู โดยหยดหลังเดือนละ 1 ครั้ง หากมีอาการรุนแรง อาจหยดติดต่อกัน 2 เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกสัตว์แพทย์หรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านท่าน หากมีอาการช่องหูส่วนนอกอักเสบต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาร่วมด้วย ทำความสะอาดหูเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งร่วมกับการใช้ยาหยดหลังเดือนละครั้งเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงของท่าน

Read More
featured image

แมวป่วย บ้านไหนเลี้ยงแมวหลายตัวระวังโรคติดต่อทำให้ แมวป่วย กันทั้งบ้านได้ มารู้จัก 5โรคติดต่อแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 5, 2018 - No Comments

บ้านไหนเลี้ยงแมวหลายตัวระวังโรคติดต่อทำให้ แมวป่วย กันทั้งบ้านได้ แมวป่วย แมวไม่สบาย  โรคติดต่อในแมว โรคติดต่อในแมว ไม่เพียงแต่จะติดต่อกันในแมวกันเองได้ ยังติดไปสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกสายพันธุ์ได้หมดจะ สุนัขหรือแม้กระทั่งคนนั่นเอง ซึ่งจะเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากไวรัส ซึ่งโรคบางชนิดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตและรักษาไม่ได้เช่นโรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น เรามาทำความรู้จักโรคติดต่อแบบต่างๆเพื่อที่จะสามารถหาวิธีสังเกต แมวป่วย สัตว์เลี้ยงป่วย รักษาและดูแลไม่ให้ไปติดสัตว์เลี้ยงตัวอื่นและคนเลี้ยงได้ โรคไข้หัดแมว หรือโรคลำไส้อักเสบติดต่อในแมว แมวป่วย เกิดจากเชื้อไวรัส มีการแพร่ระบาดได้รวดเร็วและรุนแรง และเชื้อสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นเวลานาน โดยมีการปล่อยเชื้อออกมากับอุจจาระได้นานถึง 6 สัปดาห์ ติดต่อได้โดยตรงจากแมวที่เป็นโรคนี้ ได้รับเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ หรือสัมผัสกับสิ่งที่ปนเปื้อนอุจจาระของแมวที่มีเชื้อนี้ อาการที่พบสำหรับ แมวป่วย คือ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ต่อมาจะมีอาเจียน ท้องเสีย แท้ง หรือให้กำเนิดลูกแมวที่ติดเชื้อ (ลูกแมวอาจมีอาการทางประสาท) แสดงสภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย ตัวสั่น เดินไม่ตรง และอาจเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์ การรักษา : รักษาตามอาการ และให้ยาปฎิชีวนะ เพื่อป้องกันโรคจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน การป้องกัน : ทำวัคซีน (ในลูกแมวที่ไม่ได้ทำวัคซีน จะมีอาการรุนแรงและตายได้) พบได้ในแมวทุกช่วงอายุ อัตราการเสียชีวิตในลูกแมวสูงถึง 75% โรคระบบทางเดินหายใจในแมว โรคนี้มีการระบาดสูง แมว 40-50% มีการติดเชื้อนี้ในระบบทางเดินหายใจ โดยแมวที่ติดเชื้อ 80% จะเป็นพาหะและปล่อยเชื้อออกมากับน้ำมูกและน้ำตาโดยเฉพาะเวลาเครียด ติดต่อได้ทางการหายใจ แต่งขนให้กัน หรือทางการสัมผัสโดยตรงกับแมวที่มีเชื้อนี้ อาการคือ มีน้ำมูกและน้ำตาใสๆ ต่อมาจะข้นเขียว และมีหนอง จาม มีไข้ เยื่อตาอักเสบ เยื่อจมูกอักเสบ มีน้ำลายมาก มีแผลหลุมที่ด้านหลังของปากและเพดานอ่อน เบื่ออาหาร ซึม ขนหยาบกร้าน แท้ง อัตราการตายในลูกแมวอาจสูงถึง 50-60% การรักษา : รักษาตามอาการ ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดน้ำมูก และยากระตุ้นให้อยากอาหาร การป้องกัน : การทำวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ร่วมกับการมีสุขอนามัยที่ดี การควบคุมโรคของระบบทางเดินหายใจ ทำวัคซีน ซึ่งจะช่วยลดอาการของโรค และลดปริมาณเชื้อไวรัสที่แมวปล่อยออกมา  ป้องกันไม่ให้แมวสัมผัสกันโดยตรง ดูแลเรื่องความสะอาด เช่น ล้างมือก่อนจะสัมผัสแมว ให้หย่านมลูกแมวตั้งแต่อายุ 4-5 สัปดาห์ (ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกแมวจะเริ่มไวต่อการติดเชื้อ เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่เริ่มลดลง) และแยกลูกแมวไปเลี้ยงต่างหาก ไม่ให้ปะปนกับแมวอื่นๆในบ้าน …

Read More
featured image

หมัดแมว ศัตรูตัวร้ายของน้องแมวที่สามารถติดจากแมวสู่คนได้

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 4, 2018 - No Comments

หมัดแมว ศัตรูตัวร้ายของน้องแมวที่สามารถติดจากแมวสู่คนได้ หมัดแมว เห็บแมว ไรแมว   ความสำคัญของหมัด หมัดสำคัญอย่างไรทำไมเราถึงต้องระวัง 1.ทำให้เกิดโรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัด แมวตัวไหนที่อยู่ดีๆเป็นโรคผิวหนังอาจจะมีหมัดอยู่ในตัวแมวเยอะก็เป็นได้ 2.เป็นพาหะนำพยาธิตืดแตงกวา ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ เป็นพยาธิแมวที่ติดไปกับหมัดและกระโดดเข้าสู่คน สาเหตุ เกิดจากหมัดในสกุล Ctenocephalides felis วงจรชีวิตของเจ้าหมัดตัวร้าย ตัวเต็มวัยของหมัดตัวเมียจะดูดเลือดและสามารถอยู่บนตัวสัตว์ได้เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ หมัดตัวเมียวางไข่บนตัวสัตว์ได้มากถึง 50 ฟองต่อวัน นานติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ จากนั้นไข่จะตกลงพื้นและฟักตัวในสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศเหมาะสมในการฟักตัวของหมัดอย่างมาก ไข่หมัดจะใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่วันในการฟักเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนของหมัดจะมีขนาดเล็กมาก ลักษณะคล้ายตัวบุ้งและเจริญเติบโตโดยการกินเศษขน มูลของหมัดตัวเต็มวัยและเนื้อเยื่อต่างๆ ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมภายในเวลาไม่กี่วันตัวอ่อนของหมัดจะกลายเป็นดักแด้ และใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 วัน ในการพัฒนาเป็นตัวเต็มวัย การกำจัดหมัดอย่างมีประสิทธิภาพ กุญแจสำคัญที่จะกำจัดหมัดได้อย่างถาวรคือ ยาที่ใช้จะต้องมีประสิทธิภาพในการกำจัดตัวเต็มวัยและตัวอ่อนของหมัดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายพันธุ์ ต้องกำจัดหมัดทั้งบนตัวสัตว์เลี้ยงและในสิ่งแวดล้อม เพราะหมัดตัวเต็มวัยที่อยู่บนตัวสัตว์เลี้ยงและในสิ่งแวดล้อม เพราะหมัดตัวเต็มวัยที่อยู่บนสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นเพียง 5% ของประชากรหมัดเท่านั้น ประชากรหมัดที่เหลือ 95% แอบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม คอยเวลาที่จะกลับขึ้นบนตัวสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง ปัจจุบันมียาหยดหลัง ที่สามารถป้องกันและกำจัดหมัดซึ่งสามารถฆ่าหมัดได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ในการรักษาโรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัดได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกสัตว์แพทย์หรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านท่าน การกำจัดหมัดในสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญมากจึงควรเลือกใช้ยา ที่มีประสิทธิภาพกำจัดหมัดในสิ่งแวดล้อมได้ ที่นิยมคือ Flumethrin (ไบติคอล 6% e.c.) แบบผสมน้ำเพื่อราดในบริเวณสนามหญ้าหรือฉีดพ่นในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ ควรทำเป็นประจำทุกๆ 2 สัปดาห์จนกว่าหมัดจะหมดไปจากสิ่งแวดล้อม การใช้ยากำจัดหมัด ควรได้รับคำแนะนำการใช้จากสัตวแพทย์เพราะยาบางกลุ่มไม่สามารถใช้กับแมวได้ ยังไงก็พาแมวไปหยดยากันหมัดและการให้ยาวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆกันด้วยนะครับ

Read More