0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

Archives

featured image

12 พืช ที่ทำให้แมวเจ็บป่วยได้

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

ต้นไม้ที่เป็นอันตรายต่อแมว ต้นไม้ที่เราเลือกเข้ามาปลูกไว้ในบ้านเพื่อหวังให้มันสร้างความสดชื่น ร่มเย็น และเป็นอาหารตาอาหารใจ แต่หากเรามีเพื่อนเล่นตัวน้อยอย่างเจ้าเหมียวอยู่ในบ้านด้วย เราจำเป็นต้องรู้เลยว่าพืชชนิดไหนที่ไม่ถูกโฉลกกับแมวเหมียวของเราอย่างแรง เพราะอาจทำให้น้องแมวป่วยจนอาจถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ เช่นนั้นวันนี้เราจึงขอนำเสนอ 12 พืชที่อย่าคิดเอาเข้ามาในบ้านถ้าไม่อยากให้เพื่อนแสนน่ารักของเราเผลอทำตัวเองจนกลายเป็นแมวป่วยไป 1. บอนสี พืชชนิดแรกนี้ลักษณะไม่สูงมาก แถมเจ้าแมวเหมียวของเราก็เผลอมากัดมากินทำให้ป่วยได้ง่ายๆ เสียด้วย อย่างต้นบอนสีที่มีอยู่หลายสีเลยล่ะ หากน้องแมวเผลอกินเข้าไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัด กลืนอาหารได้ผิดปกติ และหากได้รับมากอาจทำให้เสียชีวิตได้เลย 2. สาวน้อยประแป้ง ลักษณะภายนอกไม่ได้แตกต่างจากต้นบอนสีสักเท่าไหร่ แต่สามารถแยกออกจากกันได้ด้วยลาย เพราะลายของต้นสาวน้อยประแป้งนี้มีแค่สีขาวเท่านั้น และหากแค่สัมผัสกับน้ำยางก็ทำให้เกิดอาการแพ้ตัวบวมได้แล้ว ยิ่งเคี้ยวกินเข้าไปยิ่งไม่ต้องพูดเลยจ้า เพราะความเป็นพิษในรูปเข็มนับร้อยจะเข้าทำปฏิกิริยากับโปรตีนในร่างกาย ทำให้รู้สึกเจ็บปวด แสบร้อนที่ลิ้น ในปาก และลำคอ มีอาการบวมแดง ซึ่งพืชชนิดนี้ไม่ได้ทำอันตรายเพียงแค่ให้น้องแมวป่วยเท่านั้น เพราะความเป็นพิษของมันทำอันตรายสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่เว้นแม่แต่เราๆ ด้วยนะจ๊ะ 3. ยี่โถ ต้นยี่โถที่มีดอกสีสวยทั้งสีแดง ชมพู และขาว ต่างดูสวยสดงดงามแต่ใครจะเชื่อว่าภายใต้ความงามจะมีอันตรายซ่อนอยู่ทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้ำยาง อาจทำให้เกิดหัวใจวายได้เลยทีเดียว สำหรับน้องแมวที่ได้รับพิษเข้าไปจะมีอาการท้องเสียรุนแรง กล้ามเนื้อสั่น ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวขึ้นได้ 4. ปรงสาคู พืชที่ใบเป็นเหมือนหนามแหลม หากเข้าไปใกล้หรือสัมผัสโดนก็รู้สึกเจ็บแล้ว โดยปกติมันจึงเป็นไม้ประดับที่ไม่น่าจะมีใครอยากเข้าไปใกล้ แต่กับเจ้าเหมียวแสนซนของเราอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงไหมคะ ซึ่งพิษที่ได้จากพืชชนิดนี้จะทำให้น้องถ่ายออกมาเป็นสีดำ ระบบอวัยวะภายในฟกซ้ำ ทำลายประสาทและเกิดตับล้มเหลวได้ 5. ว่านหางจระเข้ ไม่น่าเชื่อว่าพืชที่มีสรรพคุณทางยาอย่างว่านหางจระเข้ก็จะสร้างปัญหาให้น้องแมวป่วยได้ เพราะหากน้องเผลอกินเข้าไปจะมีอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย ซึมเศร้า อาเจียน เบื่ออาหาร สั่นไปทั้งตัว และสีปัสสาวะเปลี่ยนกันเลยทีเดียว 6. ว่าน  4 ทิศ พืชมงคลที่มีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า และมีวาสนาบารมี แถมยังช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายทั้งหลายได้ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ได้รวมความคุ้มครองไว้ให้น้องเหมียวของเราด้วยนะ เพราะหากเผลอกินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องอย่างหนัก สั่นไปทั้งตัว เบื่ออาหาร และเกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากกว่าปกติด้วย 7. ผักบุ้ง ผักบ้านๆ ที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน ใครจะไปคิดละว่ามันจะเป็นตัวการให้ระบบทางเดินอาหารของน้องแมวทำงานผิดปกติ แค่นั้นยังไม่พอยังทำให้เกิดอาการหายใจติดขัด สั่นไปทั้งตัว กล้ามเนื้อกระตุก เบื่ออาหาร และเกิดภาพหลอนขึ้นได้ 8. พลูด่าง อีกหนึ่งพืชประดับที่ไม่น่าจะมีพิษมีภัยแถมยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้อีก จึงไม่น่าคิดเลยนะว่าจะสร้างปัญหาให้กับน้องแมวได้ ซึ่งหากกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในช่องปาก เกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ อาเจียน และกลืนอาหารลำบาก แม้เมื่อเทียบกับพืชตัวอื่นๆ ที่กล่าวมาก่อนแล้วจะดูเบาแต่ก็ควรที่จะระวังเอาไว้ เพราะเราคงไม่อยากเห็นน้องทรมานอย่างแน่นอน 9. คริสต์มาส นี่ไม่ใช่เทศกาลในปลายเดือนธันวาคมนะคะที่จะทำอันตรายน้องเหมียว แต่เป็นพืชสีแดงสดที่มักจะได้เห็นกันในเทศกาลนี้แถมยังมีชื่อเดียวกับเทศกาลอีกต่างหาก ซึ่งอาการที่เกิดจากพิษของพืชตัวนี้ค่อนข้างรุนแรงเลยจ้า เพราะแค่เพียงสัมผัสน้ำยางหรือกัดกินเข้าไปจะทำให้เกิดการเผาไหม้และระคายเคืองตามผิวหนังบริเวณที่สัมผัสโดนทันที รวมทั้งทำให้เกิดอาการปวดท้องและอาเจียนออกมาเล็กน้อยด้วยค่ะ 10. บีโกเนีย พืชคลุมดินขนาดเล็กที่มีดอกที่ให้สีสันสวยงามแต่กลับสร้างความระคายเคืองให้กับน้องแมวที่เผลอกินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการอักเสบในช่องปาก กลืนอาหารได้ยาก และอาเจียนร่วมด้วย 11. ฟิโดเดนดรอน อีกพืชกำจัดสารพิษในอากาศแต่ทะให้น้องแมวเกิดการระคายเคืองในปากหากกินเข้าไป เพราะงั้นจึงควรระมัดระวังพืชชนิดนี้ไว้ด้วยนะคะ 12. ลิลลี่ สุดท้ายกับต้นลิลลี่แสนสวยที่ไม่สวยแน่นอนหากน้องเผลอหม่ำ ซึ่งอาการเป็นเหมือนกับเจ้าต้นฟิโดเดนดรอนเลยค่ะ นี่ยังมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีพืชอีกหลายชนิดที่อาจจะสร้างปัญหาให้น้องแมวป่วยได้ หรือแม้แต่กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ในบ้านของเราเช่นกัน เพราะงั้นแล้วเราจึงควรใส่ใจศึกษาและเฝ้าสังเกตน้องแมวของเราด้วยนะคะ เพื่อที่หากเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ไม่สายเกินแก้จ้า

Read More
featured image

ประโยชน์ดี ๆ จากลิ้นสาก ๆ ของน้องแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

ทำไมลิ้นแมวถึงสาก ทาสแมวหลายคนคงเคยได้สัมผัสมากันแล้วว่าลิ้นเล็ก ๆ ของนายน้อยเหมียว ๆ ของเรานั้นมีความสากในระดับที่โดนเข้าให้แล้วอาจมีเจ็บตัวกันเลยทีเดียว ที่เป็นแบบนั้นมันเพราะอะไรกัน? ทีมวิจัยของสถาบัน Georgia Tech และสถาบัน MIT ได้หาคำตอบในเรื่องนี้ไว้ให้เราได้รู้กันแล้วว่าในลิ้นของแมวนั้นจะมีส่วนที่เป็นหนามคล้ายตะขอขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งเจ้าตะขอเหล่านั้นมีประโยชน์ในการช่วยกำจัดขนส่วนเกินเพื่อให้น้องแมวตัวสะอาดอยู่ได้ตลอดเวลานั่นเอง ซึ่งเมื่อเหล่านักวิจัยได้นำไปพิมพ์กับเครื่อง 3 มิติ ยังทำให้ทราบอีกว่าเจ้าตะขอบนลิ้นของน้องแมวไม่ทำให้เกิดปัญหาขนติดเมื่อน้องเลียขนเลย หรือหากมีติดมาเล็กน้อยก็สามารถดึงออกได้โดยง่าย ผิดกับหวีของมนุษย์ที่พันกันอีนุงตุงนังกว่าจะแกะออกมาได้หมดบางทีก็ทำเอาถอดใจได้เหมือนกัน และการค้นพบนี้ทำให้พวกเขาได้แนวคิดในการสร้างหวีที่คล้ายกับลิ้นของแมวขึ้นมาในอนาคต ถ้าหากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างเรา ๆ ด้วยนั่นเองจ้า เห็นไหมว่าความน่ารักของน้องแมวนอกจากจะเป็นประโยชน์ให้เราได้ผ่อนกายสบายใจกันแล้ว ลิ้นของน้องก็ยังจะเป็นคุณต่อเราได้ในอนาคตอีก สมควรที่จะยกย่องให้เป็นนายของบ้านแล้วละจ้า

Read More
featured image

12 ภาพแฟชั่นตัดขนน้องแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

อากาศร้อนๆ แบบนี้คงเริ่มมีหลายบ้านที่พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเริ่มผิดปกติไป อย่างเช่นทูนหัวตัวแสบของแอดที่ร้อยวันพันปีจะเห็นอยู่ติดบ้านกับเขาบ้าง(ปกติเข้ามากินข้าว กินน้ำ กับทำธุระส่วนตัวแล้วก็สะบัดก้นออกจากบ้านไป -_-;) แต่ช่วงนี้เหมือนจะเข้ามาหลับอุตุให้ลูบหัวลูบพุงอยู่บ่อยๆ ซึ่งแอดก็ขอเดาไปว่าเจ้าเหมียวตัวแสบคงจะร้อนจนขี้เกียจออกไปเที่ยวเล่น(มนุษย์ทาสเองยังร้อนจนขออยู่บ้านลูบพุงเจ้าเหมียวแทนออกไปเที่ยวในวันหยุดเลยจ้า ^.w.^) เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้แอดจึงปิ้งไอเดียคิดวิธีดับร้อนให้กับน้องแมวที่สุดแสนจะเบสิกอย่างการตัดขนแมว แต่ครั้งจะให้เดินเข้าร้านแล้วบอกช่างว่า “มาตัดขนแมว” ก็ดูจะสิ้นคิดไปหน่อย(ขนาดเราเวลาไปตัดผมยังต้องบอกช่างเลยว่าเอาทรงไหน จริงมะ!) เช่นนั้นก็ต้องหาทรงให้กับเจ้าแมวเหมียวกันก่อนดีกว่า ว่าแล้วก็เปิดดูเทรนเท่ห์ๆ ที่เหล่าทาสแมวคนอื่นๆ เขาพาน้องไปตัดขนแมวกัน ซึ่งหลังจากดูแล้วส่วนตัวคิดว่าคงต้องเอาทรงพวกนี้ไปปรึกษาเจ้าเหมียวป้องกันการผิดใจกันก่อนน่าจะดีกว่า คริ คริ เอ้า! เทรนตัดขนแมวที่ว่าจะเท่ห์หรือน่ารักแค่ไหน มาดูกันกับ 12 ทรงที่คิดว่าน่าลองดูอยู่เหมือนกัน ส่วนทาสแมวคนอื่นๆ เห็นแล้วจะว่ายังไงก็อย่าลืมถามความเห็นทูนหัวกันด้วย เพราะไม่งั้นอาจมีสภาพบอกบุญไม่รับกันได้เลยทีเดียว จะหาว่าไม่เตือนกันก่อนไม่ได้นะจ๊ะ ------------------------------------------------------- ขอบคุณที่มาของรูปจาก  hitz955.com

Read More
featured image

10 ข้อ ดูแลน้องแมวให้ผ่านพ้นหน้าร้อน

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

ดูแลแมวในฤดูร้อนยังไงให้แมวปลอดภัย อากาศเมืองไทยในตอนนี้เรียกได้ว่ากำลังระอุจนการเดินตากแดดเพียงไม่กี่นาทีก็ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเตาอบอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นนอกจากเราจะหาแผนรับมือรับความร้อนที่ทวีขึ้นให้ตัวเองแล้ว สำหรับบ้านไหนที่เลี้ยงสัตว์ก็ต้องหาแผนรับมือให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราได้นำแผนรับมือสำหรับน้องแมวให้สามารถผ่านหน้าร้อนนี้ไปด้วยกันมาฝากค่ะ 10 ข้อ ดูแลน้องแมวให้ผ่านพ้นหน้าร้อน 1. ก้อนน้ำแข็งดับร้อน เริ่มต้นกันที่วิธีง่ายๆ เบสิคอย่างการทำให้น้ำที่น้องแมวดื่มเข้าไปเย็นชื่นจิตชื่นใจกันก่อนเลย ซึ่งในหน้าร้อนแบบนี้น้ำเปล่าสะอาดเป็นสิ่งที่อย่าให้ขาดแม้ตอนเราไม่อยู่บ้านเชียว และยิ่งเติมน้ำแข็งไปสัก 2 – 3 ก้อน รับรองเลยว่าน้องแมวของเราจะฟินลืมอากาศร้อนๆ ไปได้แน่นอน 2. ตั้งเวลาเปิด – ปิดเครื่องปรับอากาศตอนเราไม่อยู่บ้าน ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสองโมงจะเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนอย่างที่สุด ซึ่งหากใครที่ปล่อยน้องแมวเฝ้าบ้านตอนเราไม่อยู่ด้วยแล้ว น้องต้องรู้สึกทรมานอยู่ในบ้านที่ปิดเงียบไร้ทางระบายอากาศอยู่แน่ๆ เพราะงั้นแล้วการเลือกตั้งเวลาให้เครื่องปรับอากาศทำงานในช่วงเวลานี้ก่อนปิดอัตโนมัติหลังจากนั้นก็เป็นอีกช่องทางคลายร้อนให้น้องแมวที่ต้องอยู่บ้านรอทาสกลับมาอย่างดีเลย 3. เปิดพัดลมเล็กคลายร้อนให้น้องแมว สำหรับบ้านไหนที่อยากประหยัดค่าไฟมาหน่อยการเลือกพัดลมตัวเล็กในการให้ความเย็นกับน้องแมวก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่วิธีนี้ควรเลือกใช้ตอนที่ทาสอย่างเราอยู่บ้านด้วยนะ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมาจะได้แก้ไขทัน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรหรือแม้แต่ความซุกซนของเจ้าแมวเป็นเหตุจ้า 4. เคลียร์พื้นบ้านให้เป็นที่นอนน้องแมว ถ้าให้ถามว่าส่วนไหนของบ้านมีอุณหภูมิเย็นที่สุด คำตอบต้องไม่พ้นพื้นบ้านอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุดและไม่โดนแสงแดด แน่นอนว่ามันจึงยังสามารถเก็บความเย็นเอาไว้ได้ ยิ่งโดยเฉพาะบ้านไหนที่เป็นพื้นกระเบื้องเซรามิกด้วยแล้ว จะนั่งจะนอนก็เย็นสบายทั้งทาสและแมวเหมียวเลยจ้า 5. ขวดน้ำแช่เย็นคลายร้อน การเอาขวดใส่น้ำไปแช่จนแข็งก่อนเอาออกมาห่อผ้าแล้ววางไว้มุมโปรดของเจ้าแมวก็เป็นอีกวิธีช่วยคลายร้อนที่ประหยัดต้นได้มากเลยทีเดียว 6. หมั่นเปลี่ยนน้ำให้น้องแมวบ่อยๆ อากาศร้อนๆ แบบนี้ทำให้หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างพลอยร้อนตามไปด้วย เพราะงั้นถ้าเราต้องดื่มน้ำอุ่นๆ หรือร้อนๆ ในอากาศแบบนี้คงไม่ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้ การหมั่นเปลี่ยนน้ำให้เย็นสดชื่นอยู่เสมอจึงดีกว่าอย่างแน่นอน 7. ปิดม่านป้องกันแสงแดด การปิดผ้าม่านเอาไว้มันดีต่อน้องแมวเวลาเราไม่อยู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง เพราะผ้าม่านจะช่วยกรองความร้อนไม่ให้เข้ามาสะสมภายในบ้านมากนัก ดีต่อทั้งแมวเหมียวและเราเวลากลับเข้าบ้านมาเลยเชียว 8. ตัดขนคลายร้อนให้น้องแมวสักหน่อย น่าจะเรียกว่าเป็นเทรนยอดฮิตของสัตว์เลี้ยงในช่วงนี้เลย การตัดขนให้กับน้องแมวจะช่วยให้ร่างกายน้องสามารถระบายความร้อนได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่จะเลือกตัดแต่งทรงไหนก็อย่าลืมถามความเห็นน้องเขาหน่อย ไม่งั้นอาจมีหน้างอหน้าบึ้งกันได้เชียว ฮ่าๆๆๆ 9. หลีกเลี่ยงเจลประคบเย็น เจลประคบเย็นถือว่าเป็นไอเท็มที่ง่ายและสะดวกเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าของพวกนี้มักถูกบรรจุไว้ในพลาสติก ซึ่งเจ้าพลาสติกนี้อาจขาดด้วยน้ำมือของเจ้าเหมียวจนเนื้อเจลที่อยู่ข้างในทะลักออกมาได้ ซึ่งหากน้องกินเข้าไปคงไม่ให้ผลดีแน่ๆ แต่หากจะหาให้ใช้แล้วละก็ควรดูให้ดีๆ ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้มไว้แข็งแรงพอที่จะทนเล็บของน้องเหมียวเราได้ก่อนนะ 10. ห้ามปล่อยน้องแมวไว้ในรถเด็ดขาด!! อันนี้ห้ามเด็ดขาดเลย ไม่ว่าจะแค่แปบเดียวก็ตาม เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนระอุในห้องโดยสารรถยนต์เราก็ไม่ต่างจากเตาอบชั้นเยี่ยม เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงเอาน้องไว้ในนั้นเด็ดขาดเชียว

Read More
featured image

5 นิสัยของแมวที่เขาวิจัยออกมา

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

5 นิสัยของแมว แมวมีนิสัยแบบไหนบ้างนะ 5 นิสัยของแมว แมวมีนิสัยแบบไหนบ้างนะ แมว...เป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับซับซ้อนซะจนบางทีก็แอบสงสัยว่าทำไมถึงมีนิสัยไม่เหมือนกันเลยสักตัว? ซึ่งตอนนี้ได้มีคนที่ออกมาตอบความสงสัยโดยจัดประเภทนิสัยของแมวออกเป็น 5 ประเภท Dr. Lauren Finka ผู้ทำการสัมภาษณ์ผู้เลี้ยงแมวทั้งหมด 200 คน จนได้ข้อมูลมาสรุปให้เราได้ทราบกันดังนี้ นิสัยของแมวทั้ง 5 ประเภท ประเภทที่ 1 แมวผู้รักมนุษย์(ทาส) : ซึ่งแมวประเภทนี้สังเกตได้ไม่ยากเลยสักนิด เพราะมันชอบมาทำตัวติดให้ทาสหลงรักอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ประเภทที่ 2 แมวรักแมว : รักในที่นี่ไม่ได้หมายถึงรักแบบพร้อมขยายเผ่าพันธุ์นะคะ แต่เป็นรักที่ความหมายตรงตัวเลยค่ะ มันรักที่จะอยู่กับแมวด้วยกันเองต่อให้ไม่มีทาสมาใยดีก็ตาม ประเภทที่ 3 แมวขี้สงสัย : เคยเป็นไหมคะ? เวลาจะทำอะไร หรือมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในบ้าน เจ้าเหมียวที่ปกติไม่คอยจะสนใจเราก็จะลุกออกมาด่อมๆ มองๆ เจ้าสิ่งน่าสงสัยทั้งหมดทั้งมวลที่มันไม่เคยเห็นมาก่อนทันที โถ...เจ้านักสำรวจแมวน้อย ประเภทที่ 4 แมวนักล่า : แค่ชื่อประเภทก็บ่งบอกความเป็นตัวต้นของมันได้มากเลยทีเดียว บ้านไหนมีแมวชนิดคงต้องปวดหัวกับซากสัตว์ที่เจ้าเหมียวคาบเข้าบ้านมาอย่างแน่นอนเลยค่ะ ซึ่งแอดเองยังถึงกับกุมขมับ ประเภทที่ 5 แมวขี้กลัว : แมวชนิดนี้จะไม่ชอบโดนสัมผัส ชอบปลีกวิเวก และมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมสูง เพราะฉะนั้นการจะเลี้ยงแมวที่มีนิสัยแบบนี้ควรมีพื้นที่ที่ค่อนข้างมาก และโปร่งโล่ง ทำให้เขารู้สึกว่ามีความปลอดภัยนั่นเอง ครบแล้วกับนิสัยแมวทั้ง 5 ประเภท มีใครเลี้ยงแมวที่มีนิสัยนอกเหนือไปจากที่เขาวิจัยเอาไว้กันบ้างหรือเปล่านะ

Read More
featured image

4 เหตุผลที่แมวเหมียวขาดกล่องไม่ได้

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 9, 2019 - No Comments

4 เหตุผลที่แมวเหมียวขาดกล่องไม่ได้ สำหรับคนเลี้ยงแมวต้องเคยเห็นพฤติกรรมประหลาด ๆ หลายอย่างที่เราไม่ค่อยจะเข้าใจมันสักเท่าไหร่ และหนึ่งในพฤติกรรมที่เป็นกันของน้องแมวหลาย ๆ ตัวนั่นก็คือการลงกล่อง ไม่ว่ากล่องจะมีขนาดที่เล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม เหล่าน้องแมวก็พยายามยัดตัวเองลงไปอยู่ในนั้นจนได้ ที่เป็นแบบนั้นมันก็มีเหตุผลแบบแมว ๆ ที่บางทีมนุษย์อย่างเราก็ไม่รู้เลยจริง ๆ ส่วนเหตุผลที่ว่านั้นคืออะไร มีเฉลยใน 4 ข้อนี้เลยค่ะ เหตุผลข้อที่ 1 : บ้านที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัย                 แมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณในการระมัดระวังตัวเองอยู่สูงมาก เพราะแบบนั้นมันจึงตอบสนองกับสิ่งเร้ารอบตัวได้ง่าย ทำให้ความเครียดหรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยสามารถก่อตัวได้ง่าย ๆ  เช่นกัน เช่นนั้นแล้วการพาตัวเองไปอยู่ในกล่องที่มีอาณาเขตชัดเจนและปิดบังตัวของมันได้จึงเป็นอีกพื้นที่ที่น้องเหมียวจะสามารถคลายความกังวลเหล่านั้นลงได้นั่นเอง เหตุผลข้อที่ 2 : ป้อมปราการชั้นเลิศสำหรับสอดแนมและโจมตี                 เคยผงะหรือตกใจกันบ้างไหมคะ เมื่อจู่ ๆ ก็มีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากกล่องที่เรากำลังจะเปิดอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ซึ่งนี้เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่เห็นได้ในน้องแมวผู้มีพลังเหลือล้นและชอบสรรหาวิธีมาเล่นกับทาสอย่างเรา ๆ กันค่ะ ถ้าใครเคยโดนทูนหัวตัวน้อยแกล้งแบบนี้อย่าลืมเล่นตอบน้องหน่อยนะคะ จับฟัดพุงให้หนำใจไปเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีก่อนฟัดอย่าลืมสังเกตน้องก่อนด้วย ไม่งั้นอาจได้กรงเล็บงาม ๆ เป็นการตอบกลับได้นะคะ เหตุผลข้อที่ 3 : สถานที่สร้างความอบอุ่น                 โดยเฉลี่ยแล้วน้องแมวจะมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่ามนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ 30 องศาเซลเซียส เพราะแบบนั้นการหาที่ซุกตัวนอนในมุมที่เราไม่คิดว่าตัวเราเองจะเข้าไปนอนได้โดยไม่กลัวร้อนจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับน้องแมวค่ะ ยิ่งในบ้านไหนที่เลี้ยงน้องไว้ในห้องแอร์อยู่ตลอดเวลา อย่าลืมหากล่องเหมาะ ๆ กับเบาะนุ่ม ๆ ไว้ให้น้องได้ซุกตัวหลับนอนด้วยนะคะ เหตุผลข้อที่ 4 : เอาไว้ซ่อนตัวหลบหลีกปัญหา                 ไม่ใช่แค่มนุษย์เราที่เวลาเจอปัญหาแล้วชอบหลบหลีกไม่เข้าปะทะให้เป็นเรื่องเป็นราวโดยตรง แต่กับในน้องแมวก็มีพฤติกรรมแบบนี้เช่นกันค่ะ เพราะโดยพื้นฐานแล้วน้องแมวจะไม่สู้กับอะไรให้เสียพลังงานไปเปล่า ๆ (ยกเว้นเวลาล่าหรือต้องการเล่นกับเหยื่อที่ชอบคาบมาฝากเรานั่นแหละค่ะ) การอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่เจ้าตัวสามารถควบคุมและสอดส่องไม่ให้อะไรก็ตามเข้ามากวนใจได้จึงเป็นสถานที่ชื่นชอบของน้อง ๆ ยิ่งกับกล่องที่มีมุมปิดล้อมทั้งสี่ด้านด้วยแล้ว ยิ่งให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยและคลายความกังวลของน้องได้นั่นเอง                 ทีนี่เหล่าทาสแมวทั้งหลายก็คงจะเข้าใจพฤติกรรมประหลาดของน้องแมวเพิ่มขึ้นมากันบ้างแล้ว เพราะงั้นอย่าลืมหากล่องกระกาษหรือบ้านแมวแสนปลอดภัยมาไว้เป็นที่หลบพักใจพักกายของน้องด้วยนะคะ

Read More
featured image

10 ความเชื่อแปลก ๆ ที่โยงน้องแมวมาเอี่ยว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 8, 2019 - No Comments

10 ความเชื่อแปลก ๆ ที่โยงน้องแมวมาเอี่ยว ความเชื่อเกี่ยวกับแมว ความเชื่อเป็นเรื่องที่มีมานานมาก ๆ น่าจะพร้อม ๆ กับที่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาเลยก็ว่าได้ เพราะความไม่รู้ที่หาคำตอบให้ไม่ได้ของคนรุ่นก่อน ๆ จึงทำให้เกิดจินตนาการเหนือล้ำกลายมาเป็นความเชื่อสุดแปลกในปัจจุบัน ซึ่งความเชื่อที่เราหยิบยกมาในวันนี้ก็ต้องไม่พ้นจำเลยอย่างน้องแมวของเรา จะมีใครเคยได้ยินความเชื่อไหนมาบ้างตามมาเช็คในบทความนี้เลยค่ะ แมวสามารถขโมยลมหายใจเด็กได้                 อยู่ ๆ น้องแมวก็ถูกกล่าวหายว่าเป็นขโมยเสียแล้วค่ะ ซึ่งความเชื่อนี้มีมาจากประเทศอังกฤษที่เขาเชื่อกันว่าแมวเหมียวจอมอิจฉาจะมาขโมยลมหายใจของเด็กน้อยไปเพียงเพราะมันอิจฉาที่เด็ก ๆ ได้รับความสนใจมากกว่ามัน อ้าว ๆ ๆ มันก็ต้องมีแอบน้อยใจกันบ้างแหละเนาะ มนุษย์เป็นอาหารอันโอชะของเหมียว ๆ ในวันคริสต์มาส                 ในเทศกาลคริสต์มาสผู้คนทางฝากตะวันตกของซีกโลกมักนิยมรับประทานไก่งวงเพื่อเฉลิมฉลองกัน ถ้างั้นเจ้าเหมียวปีศาจอย่าง Yule Cat จะขอหม่ำมนุษย์เป็นมื้ออร่อยฉลองคริสต์มาสบ้างไม่ได้หรือไง ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเชื่อจากไอร์แลนด์ที่เชื่อว่าจะเกิดกับแถบชนบทที่มีหิมะปกคลุมในวันคริสต์มาสเท่านั้นด้วย เพราะงั้นแล้วอยู่ฉลองกันในครอบครัวห้ามออกไปเที่ยวเตร่ ไม่งั้นจะโดนเจ้า Yule Cat จับกินไม่รู้ด้วยนะ ความตายเป็นสิ่งที่แมวนำมา                 ในช่วงยุคกลางของยุโรปที่มีความเชื่อในเรื่องของพ่อมดแม่มดจนกลายเป็นการตามล่ากันอย่างครึกโครม แมวเหมียวตัวน้อย ๆ ก็ถูกมองว่าเป็นปีศาจที่มีพลังจากพ่อมดแม่มดอยู่ในตัวด้วย หรือร้ายที่สุดเชื่อว่าเป็นพลังของซาตานกันเลยทีเดียว ซึ่งหากใครโดนกัดเข้าจะได้รับคำสาปแล้วต้องซี้ม่องแท่งกันอย่างแน่นอน เอ้...ถ้างั้นไปฉีดวัคซีนจะป้องกันพลังด้านมืดนี้ได้หรือเปล่านะ? แมวชอบกินวิญญาณคนตาย                 เป็นความเชื่อตั้งแต่โบราณของสก๊อตแลนด์และไอร์แลนด์ที่เชื่อกันว่าแมวดำที่มีขนตรงหน้าอกเป็นลายขาว จะชอบออกมาด่อม ๆ มอง ๆ ในยามค่ำคืนเพื่อจะขโมยวิญญาณของมนุษย์ที่ตายแล้วไปกิน ทำให้พวกเขาไปสู่สุขคติกันไม่ได้ ซึ่งแมวเหล่านั้นถูกเรียกกันในนามของ ‘Cat Sith’ สามารถเรียกวิญญาณคนตายให้ฟื้นกลับมาได้                 ตามความเชื่อทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างในบ้านเรามักจะโยงแมวดำเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานศพ เพราะหากมันกระโดดข้ามศพหรือโลงศพไหน คนที่ตายไปแล้วที่มันโดดข้ามไปจะสามารถกลับมาจากความตายได้อีกครั้ง ฟัง ๆ ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่คนสมัยก่อนกลับถือและไม่นิยมเลี้ยงแมวดำกันสักเท่าไหร่ เอ...มันดูขัด ๆ กันว่าไหมคะ แมวจะนำโชคดีมาให้                 หลังจากฟังความเชื่อร้าย ๆ เกี่ยวกับแมวไปแล้ว คราวนี้มีเรื่องดีที่ทำให้แมวน้อยของเราอยู่อย่างนายเหนือหัวสักที เพราะในประเทศญี่ปุ่นเจ้าของตำนานและเรื่องเล่ามากมายได้เชื่อกันว่า แมวเป็นสัตว์มงคลที่จะช่วยให้กิจการรุ่งเรืองโดยการช่วยเรียกลูกค้าให้มาเข้าร้าน เพราะงั้นจึงเป็นที่มาของ ‘แมวกวัก’ ซึ่งทำหน้าที่แบบนางกวักในบ้านเรานั่นเองจ้า เหมียวน้อยนักพยากรณ์อากาศ                 นอกจากจะถูกตราหน้าว่าเป็นแมวขี้ขโมยแล้ว ชาวอังกฤษยังยกให้เหล่าแมวน้อย ๆ ทั้งหลายเป็นนักพยากรณ์อากาศชั้นเลิศที่แม้แต่กรมอุตุฯ ยังต้องอาย เพราะพวกเขาเชื่อว่าหากเห็นแมวแสดงพฤติกรรมผิดแปลกไปจะช่วยบ่งบอกสภาพอากาศได้ อย่างเช่น ทำการข่วนพรมหรือผ้าม่านอย่างเมามันนั่นหมายความว่าวันนั้นจะมีลมแรง หรือถ้าทำม่านตาขยายแสดงว่าฝนจะตกภายในวันนั้นเตรียมลมให้พร้อมหากต้องออกนอกบ้านนะจ๊ะ แมวเป็นสัตว์ทะเลที่สร้างพายุได้ตามใจนึก                 จะเห็นได้ว่าแมวนั้นชื่นชอบปลาเป็นชีวิตจิตใจ เพราะแบบนั้นจนส่งมอบปลามาเป็นของกำนัลซะดี ๆ เพื่อแลกกับพายุที่จะไม่มาขัดขวางการทำงานของชาวประมงของอังกฤษ ถ้าไม่ทำตามจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะมนุษย์!!! แมวคือทาสรับใช้ของปีศาจ                 โอ้โห้...ได้เป็นทั้งปีศาจที่มีพลังของซาตานแล้วยังได้เป็นทาสรับใช้ของปีศาจอีก น้องแมวช่างเป็นสัตว์ที่เป็นให้ทุกอย่างที่เธอต้องการเลยนะคะ เพราะในยุคกลางของยุโรปยังเชื่ออีกว่าแมวผู้เป็นสมุนของปีศาจคือผู้นำดวงวิญญาณไปนรกนั่นเองค่ะ แมวเป็นตัวแทนของพระเจ้า                 ปิดท้ายอย่างขั้นเทพด้วยการบูชาแมวไว้ให้สูงสุดกันเลยจ้า ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายประเทศเลยค่ะที่เชื่อแบบนี้ โดยเฉพาะในอียิปต์ที่สร้างกฎไว้แบบชัดเจนเลยว่า ถ้ามนุษย์หน้าไหนฆ่าแมวให้ตายต้องชดใช้ด้วยชีวิตของมนุษย์ผู้นั่นกันเลย หรือหากแมวบ้านไหนที่เลี้ยงเอาไว้ตายลงต้องมีการไว้ทุกข์ให้กับน้องเหมียวกันด้วยนะเธอ ดีเลิศแบบนี้ น้องแมวต้องอยากเปิดวีซ่าแล้วไปจับจองถิ่นฐานกันแน่ ๆ เลยค่ะ

Read More
featured image

รู้เอาไว้ก่อนรับเลี้ยงแมวเหมียว ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 2, 2019 - No Comments

รู้เอาไว้ก่อนรับเลี้ยงแมวเหมียว ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง สำรวจและจัดสรรพื้นที่ที่จะใช้เลี้ยงน้องแมวให้เหมาะสม ก่อนเราจะมีลูกหรือกำลังมีลูกยังต้องหาข้อมูลมากมาย เพื่อที่เราจะสามารถเลี้ยงเด็กที่จะเกิดมาให้ดีที่สุด เพราะงั้นแล้วการจะรับเลี้ยงสัตว์สักตัว(หรือมากกว่านี้)ทำไมจึงจะรู้ข้อมูลการเลี้ยงที่ถูกต้องไม่ได้กันใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับใครที่กำลังทนความน่ารักของน้องแมวไม่ไหวจนอยากสถาปนาตัวเองมาเป็นทาสแมวอยู่ละก็ควรที่จะรู้เรื่องของพวกเขาเอาไว้หน่อยก่อนจะรับเลี้ยงแมวจริง ๆ (หรือกำลังเลี้ยงอยู่)กันดีกว่านะคะ ซึ่งเราได้สรุปไว้ในบทความดังนี้ค่ะ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบอิสระ ในขณะเดียวกันก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีสัญชาตญาณในการล่าอยู่สูงกว่าสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ เพราะงั้นการมีพื้นที่ให้พวกเขาไว้ปลดปล่อยพลังงานบ้างก็จะเป็นการดีต่อทั้งตัวเราและตัวน้องแมวเองด้วยค่ะ ถ้าเหล่าทาสไม่มีเวลา ควรมีเพื่อนให้น้องแมวไม่เหงา                 ทาสบางคนมีตารางชีวิตที่วุ่นวายจนเหลือเวลาให้น้องแมวน้อย ซึ่งนี้อาจจะทำให้น้องแนวเกิดความเครียดจนมีพฤติกรรมแปลก ๆ ได้ เพราะงั้นการหาสิ่งที่จะช่วยคลายเครียดให้น้องด้วยการรับเลี้ยงแมวตัวอื่นเพิ่ม(ซึ่งการทำแบบนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อน้องแมวที่ถูกเลี้ยงมาตัวเดียว การจะทำแบบนี้ต้องให้พวกเขาค่อย ๆ ยอมรับกันก่อนด้วยนะคะ)หรือรับเลี้ยงแมวพร้อมกันสองตัวเลย หรือจะหาของเล่นมาไว้ในบ้านเพื่อเป็นการดึงความสนใจของน้องแมวก็เป็นทางออกที่ดีเลยทีเดียวค่ะ เช็คความพร้อมของร่างกายเหล่าทาสก่อนรับเลี้ยงแมว                 นอกจากจะเช็คพื้นที่และตารางเวลาของเราแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือการเช็คสุขภาพร่างกายของตัวเราเองค่ะ บางคนไม่เคยรับเลี้ยงสัตว์มาก่อนอาจไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ขนสัตว์หรือเปล่า เพราะงั้นการตรวจสุขภาพของตัวเองไว้ก่อนจะช่วยลดปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคตได้นั่นเอง ตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนให้น้องแมวก่อนเอาเข้าบ้าน                 การรับเลี้ยงน้องแมวจรจัดที่หลงมาเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันหรือเตรียมการเอาไว้ แต่ด้วยความมีเมตตาของเหล่าทาสทำให้ต้องรับน้องแมวมาเป็นสมาชิกอย่างช่วยไม่ได้ แต่ความเมตตาอย่างเดียวยังไม่เพียงพอค่ะ เพราะน้องแมวอาจจะมีโรคแอบแฝงที่เราไม่รู้มาก่อน เช่นนั้นการนำน้องไปตรวจสุขภาพและให้วัคซีนจึงจะเป็นความเมตตาอย่างที่สุด(เพราะได้เมตตาทั้งตัวน้องและตัวเราค่ะ) ส่วนคนที่รับน้องมาเลี้ยงจากร้านอาจจะไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้มาก แต่ควรถามทางร้านให้เรียบร้อยก่อนว่าร้านเหล่านั้นพาน้องแมวไปฉีดวัคซีนหรือยัง ถ้ายังเราดำเนินการต่อไปเลย เตรียมพร้อมเรื่องอุปกรณ์ของน้องแมว                 อุปกรณ์ของน้องแมวมีวางขายอยู่มากในท้องตลาด เพราะงั้นการจะเลือกซื้อมาเตรียมให้กับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาอยู่ด้วยก็ควรจะต้องใส่ใจกันสักนิด อย่างเจ้ากระบะทรายหรือห้องน้ำแมวเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยเชียว ซึ่งความน่ารักของแมวที่เหล่าทาส ๆ พึ่งพอใจก็ตรงนิสัยความรักสะอาดและขับถ่ายเป็นที่เป็นทางของพวกมัน แต่บางครั้งก็มีเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันอยู่บ้าง เพราะน้องแมวมีนิสัยชอบโกยกลบอุจจาระของตัวเองจึงทำให้อาจมีเม็ดทรายกระเด็นหกออกมา ทางที่ดีเราจึงควรเลือกซื้อกระบะหรือห้องน้ำแมวที่มีความมิดชิดสักนิดจะดีมาก ๆ เลยค่ะ เผื่อเวลาที่ทาสอย่างเรา ๆ จะได้ไม่ลำบาก เสาลับเล็บแมว                 อย่างที่บอกไปว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณของนักล่าอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นนิสัยชอบลับเล็บให้พร้อมทุกสถานการณ์จึงเป็นนิสัยที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของแมวทุกตัว เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่อยากต้องเปลี่ยนโซฟาที่บ้านบ่อย ๆ แล้วละก็ การซื้อเสาลับเล็บให้น้องแมวเหมียวจึงสำคัญอย่างยิ่งยวดเลยจ้า แคทนิพและขนมแมว รางวัลสำคัญความเหน็ดเหนื่อย                 ใคร ๆ ต่างก็มองว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีโลกส่วนตัวสูง จะสั่งจะบอกอะไรก็ดูเหมือนจะถูกเมินไปเสียหมด แต่จริง ๆ แล้วน้องแมวไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ที่สามารถฝึกฝนให้เชื่องได้ง่ายเพียงแค่มีรางวัลให้ ไม่ว่าจะเป็นแคทนิพหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของกัญชาแมวที่น้องโปรดปราน สลับปรับเปลี่ยนกับขนมแมวแสนอร่อยก็ไม่เลวเลยค่ะ ทำประกันให้น้องแมว                 ไม่ใช่ว่าน้องแมวทุกตัวจำเป็นต้องทำประกันนะคะ อันนี้ขอให้อยู่ในดุลพินิจและความสบายใจของเหล่าทาสเลยจ้า เพราะน้องเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย บางทีความซนของน้องก็นำความเจ็บปวดมาให้กับเราโดยไม่ทันได้ตั้งตัว การมีประกันของน้องเอาไว้ก็เหมือนเราทำประกันให้ตัวเอง เพื่อเป็นความสบายใจว่าหากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นเราจะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำความสะอาดให้คุ้นชินตั้งแต่เล็กแต่น้อย                 น้องแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาดเอามาก ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะปล่อยปะในเรื่องของความสะอาดไปนะคะ เพราะถ้าวันไหนน้องเผลอเล่นเปื้อนจนสกปรกมอมแมมกลับมา แล้วทาสจะเอาน้องไปอาบน้ำสุ่มสี่สุ่มห้าอาจได้เจอกรงเล็บพิฆาตเอาได้ เพราะงั้นแล้วฝึกให้น้องคุ้นชินตั้งแต่เด็กเป็นการดีที่สุดจ้า เช็คความพร้อม เลี้ยงแล้วอย่าทิ้งน้องนะ                 โดยเฉลี่ยน้องแมวจะมีอายุไขประมาณ 20 ปี รู้แบบนี้แล้วเราต้องหันกลับมาถามตัวเองอย่างด่วน ๆ ก่อนตัดสินใจกวักเงินซื้อเข้าบ้านเลยนะคะ ‘เราจะสามารถเลี้ยงดูน้องไปได้จนสิ้นอายุไขของแนว’ ถ้าคิดว่าจะไม่ปล่อยน้องไว้กลางและมั่นใจว่า 20 ปีนี้เราเอาอยู่ เช่นนั้นก็ควักเงินอุ้มน้องกลับบ้านกันเลยค่ะ

Read More