0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

Archives

featured image

รับมือหน้าฝนกับ 6 ข้อดูแลน้องแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

วิธีเลี้ยงแมวในฤดูฝน หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้เริ่มมีพายุฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน ซึ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าฤดูฝนกำลังใกล้เข้ามา เพราะฉะนั้นแล้วเรามาเตรียมพร้อมวิธีรับมือกับสภาพอากาศในหน้าฝนให้กับน้องแมวกันดีกว่าค่ะ 1. อย่าปล่อยให้น้องเปียกฝน อาจไม่ใช่เรื่องปกตินักที่จะเห็นน้องแมวเดินออกไปเล่นน้ำฝน แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะวางใจได้นะคะ โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงน้องแบบปล่อยอิสระ เพราะบางทีน้องอาจจะกำลังติดลมเล่นอยู่นอกบ้านจนกลับเข้ามาไม่ทันฝนตก เพราะงั้นแล้วควรสอดส่องน้องให้ดีเมื่อเห็นว่าฝนกำลังจะตก เพราะน้องก็สามารถเจ็บป่วยได้เหมือนกัน และดีไม่ดีอาจไปติดเห็บซึ่งระบาดได้ดีในฤดูนี้จากนอกบ้านจนลามไปก่อโรคอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่น พยาธิเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ โลหิตจาง หรือภูมิคุ้มกันลด เป็นต้น 2. ฝนตกฟ้าร้องเอาน้องมาอยู่ใกล้ ๆ หรือสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับหน้าฝนนั่นก็คือฟ้าร้องฟ้าผ่าที่เกิดทีสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ลำพังแค่พวกเราได้ยินยังมีสะดุดตกใจ แล้วกับน้องแมวที่มีความเซ้นซิทีฟต่อเสียงจะขวัญเสียหวาดผวากันมากแค่ไหน เพราะงั้นแล้วเวลาเกิดฝนตกฟ้าคะนองแก้โดยการเปิดเพลงเบา ๆ กลบเสียงคำรามของท้องฟ้าไว้ก็เป็นอีกสิ่งที่พอจะช่วยได้ค่ะ และอย่าลืมเอาน้องมานอนใกล้ ๆ เพื่อที่เขาจะได้รู้สึกปลอดภัย เพราะไม่งั้นน้องตกใจจนตะเลิดหนีหายแล้วหาไม่เจอจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะคะ 3. ไม่อาบน้ำบ่อย ลดผิวเสียน้ำ ในข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่น้องแมวประทับใจที่สุด แต่อาจไม่ค่อยถูกใจเหล่าทาสอย่างเรา ก็แหม...วัน ๆ นึงไม่รู้น้องไปเล่นอะไรมาบ้าง คาบหนู เขี่ยแมลงสาบมาแล้วกี่ตัวนี่ใช่ไหม จะไม่ให้จับอาบเลยก็รู้สึกขัดใจ แต่เอาเถอะค่ะ การอาบน้ำน้องมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะจะทำให้ผิวของน้องแมวสูญเสียน้ำไปเกินความจำเป็นจนอาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ในภายหลังนะคะ และหลังอาบน้ำอย่าลืมเป่าหรือเช็ดตัวน้องให้แห้งด้วยละ ไม่งั้นเชื้อราเชื้อแบคทีเรียได้ถามหาแน่นอน 4. ทำความสะอาดที่นอนน้องไม่ให้ชื้นสะสม เหตุผลตามอย่างที่กล่าวไว้ในข้อที่แล้วเลยค่ะ น้องนอนที่ชื้น ๆ เป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นการเอื้ออำนวยให้เชื้อราและแบคทีเรียได้มีโอกาสขยายเผ่าพันธุ์จนสร้างปัญหาให้กับผิวของน้องได้แน่ ๆ 5. ดูแลเรื่องอาหารและน้ำ หน้าฝนเป็นฤดูที่สะสมโรคระบาดไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะงั้นแล้วจงหมั่นเช็คและทำความสะอาดเหล่าภาชนะที่ใส่น้ำและอาหาร อีกทั่งค่อยสอดส่องดูด้วยว่าอาหารเม็ดของน้องไม่มีเชื้อรามาขยายเผ่าพันธุ์ก็จะเป็นการช่วยให้น้องไม่ต้องทนเจ็บป่วยได้นะคะ 6. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ อย่างสุดท้ายที่จะเสริมภูมิคุ้มกันน้องแมวให้แข็งแรงต้านโรคต่าง ๆ ได้ดี นั่นคือ การฉีดวัคซีนต่าง ๆ ตามที่หมอนัดอย่างครบถ้วนนั่นเอง โดยเฉพาะน้องแมวตัวน้อยที่มีอายุในหนึ่งปีแรกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังอ่อนแออยู่มากกับน้องแมวที่มีอายุมากกว่าสิบปีซึ่งถือว่ากำลังแก่งอมกันเลยทีเดียว การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก แต่ถึงแบบนั้นก็ควรเป็นไปตามที่แพทย์เห็นสมควรด้วยนะคะ

Read More
featured image

5 ความเชื่อเลี้ยงแมวในบ้าน เป็นแบบนี้จริงเหรอ?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

คนเลี้ยงแมวหลายคนอาจจะมีความเชื่อว่าการเลี้ยงแมวไว้ในบ้านโดยไม่ปล่อยให้น้องได้ออกไปไหนอาจเป็นการทรมานจิตใจน้องเกินไป ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแบบนั้นหรือไม่มีผลใด ๆ ต่อสภาพจิตใจน้องเลย เพราะหากสภาพแวดล้อมเหมาะสมการออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยค่ะ เพราะงั้นวันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 ความเชื่อที่ทำให้เราไม่อยากเลี้ยงแมวแต่ในบ้านกัน ปล่อยแมวให้อยู่แต่ในบ้าน น้องจะเบื่อเอาไหมนะ? นี่น่าจะเป็นเหตุผลต้น ๆ เลยที่ทำให้ทาสเลือกปล่อยให้น้องแมวได้เที่ยวเล่นนอกบ้านตามใจชอบ แต่อย่างที่บอกไปค่ะ สภาพแวดล้อมดีก็ไม่จำเป็นต้องอยากออกไปข้างนอก อย่างเช่น มีที่ให้ปีนป่ายและลับเล็บ มีของเล่นน่าสนใจพอที่จะดึงดูดให้น้องแมวเพลิดเพลินได้ รวมถึงมีสถานที่ให้น้องได้ผ่อนคลายและรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ในบ้าน โลกภายนอกก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่น้องโหยหาก็ได้ค่ะ เลี้ยงแมวไว้แต่ในบ้านต้องกลายเป็นแมวอ้วนในอนาคตแน่นอน ความอ้วนนี่เกิดจากไขมันสะสมค่ะ ถ้าเราควบคุมในเรื่องนี้แทนน้อง ๆ ได้ ปัญหากวนใจในเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดผลขึ้นอย่างแน่นอน และที่บอกว่าให้ควบคุมไม่ใช่ในน้องกินผักควบคุมน้ำหนักกันนะคะ แค่ให้อาหารน้องกินเป็นเวลา ของทานเล่นก็อย่าตามใจน้องมากเกินพอดี รวมถึงทำกิจกรรมให้น้องได้ขยับตัวเผาผลาญพลังงานในร่างกายบ้าง เลี้ยงแมวไว้ในบ้านเตรียมข้าวของพังได้เลย อันนี้ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจ้า เพราะไม่ใช่ของใช้ในบ้านที่น้องแมวจะทำลายไปเสียหมด เพราะถ้าสังเกตกันดี ๆ จะมีเพียงแค่สิ่งของที่น้องใช้ฝนเล็บเท่านั้นที่พัง เพราะงั้นจัดการไม่ยากเลยค่ะ แค่หาของทดแทนให้น้องไม่ลับเล็บ ถ้าตอนแรกน้องยังไม่ยอมไปฝนเล็บกับของที่เราจัดเตรียมไว้ให้ อาจใช้ตัวช่วยอย่างฟีโรโมนแมวเข้าช่วยให้น้องได้คุ้นชินก่อนได้ แล้วรับรองเลยว่าหลังจากนั้นไม่มีคำว่าข้าวของพัง ยกเว้นเราเอาของไปวางขวางทางแมวเท่านั้นเอ๊งงง ฮ่าๆๆๆ เคยเลี้ยงให้อยู่นอกบ้านแล้ว จะเปลี่ยนให้น้องมาอยู่แต่ในบ้านคงไม่ยอมแน่ๆ ต้องบอกว่าอย่าพึ่งมั่นใจไปค่ะ เพราะมีทาสแมวบางคนที่สามารถเปลี่ยนให้น้องอยู่ติดบ้านได้สำเร็จแล้ว แค่จัดบ้านให้น่าสนใจและน่าอยู่สำเร็จน้องแมวเท่านั้นก็สามารถดึงดูดให้น้อง ๆ ติดบ้านได้แล้ว ปล่อยแมวไว้นอกบ้านคงไม่เป็นไร ในเมื่อแถวบ้านเราก็แสนจะปลอดภัย ไร้สุนัขจร ไร้แมวจร ที่จะมาก่อกวนน้องด้วย ถ้ามั่นใจแบบนี้งั้นลองมาฟังงานวิจัยที่เคยมีในยุโรปกันค่ะ ด้วยการทดลองกับน้องเหมียวที่ปล่อยเลี้ยงแบบสบายๆ 10 ตัว พวกเขาติดตามชีวิตของพวกมันแล้วค้นพบความจริงที่ว่า น้องแมวไม่ได้เดินเล่นแถวบ้านอย่างที่เราเข้าใจเท่านั้น แต่พวกมันสามารถท่องเที่ยวไปได้เรื่อยๆ ในระยะรัศมี 50 ไร่กันได้เลยทีเดียว โอ้โห...นี่มันแมวนักผจญภัยใช่ไหม และจากขอบเขตนี้เราไม่สามารถจัดการให้ปลอดภัยสำหรับน้องได้แน่นอน ยกเว้นเสียว่าเราจะมีที่ 50 ไร่ขึ้นไป ไม่ว่าทาสแมวที่ได้อ่านกันแล้วจะเลือกเลี้ยงน้องกันแบบไหน แต่สำหรับไรท์ของเลือกที่จุดตรงกลางดีกว่าค่ะ กลางวันอยากเที่ยวก็เที่ยวไป แดดร้อน ๆ จะเที่ยวได้ไกลสักแค่ไหนกันเชี๊ยววว และในส่วนกลางคืนนั้น น้องต้องเข้าบ้านนอนเท่านั้น ...รู้ไหม! ฮ่าๆๆๆ

Read More
featured image

วิธีจัดบ้านให้แมว[ติด]บ้าน

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

ทำไงดีแมวชอบหนีเที่ยว แล้วไม่ยอมกลับบ้านบ่อยๆ เชื่อว่าหลายบ้านที่เลี้ยงแมวแบบปล่อยอิสระต้องมีเรื่องแบบน้องหายหน้าหายตาไปไหนไม่รู้อยู่ไม่ค่อยจะติดบ้านเลยกันใช่ไหมคะ ซึ่งบางทีอาจหายไปแค่ตอนกลางคืนส่วนกลางวันหลับเป็นตายเหมือนกับว่าไปอดหลับอดนอนมา หรือที่มากกว่านั้นก็คือหายไปหลายวันจนอยากไปแจ้งความว่าแมวหาย แต่เสียดายตรงที่ตำรวจเขาไม่รับแจ้งนี่สิ เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจึงนำวิธีมัดใจเจ้าแมวให้อยากอยู่ในบ้านมากกว่าไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ไม่รู้มาฝากกันค่ะ วิธีที่ 1 : จัดบ้านให้มีที่สูงไว้ปีนป่าย แม้ว่าแมวจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลิงเลย แต่น้องมีความชื่นชอบปีนป่ายขึ้นที่สูงราวกับลิงจ๋อกันเลยทีเดียวค่ะ ด้วยเพราะสัญชาตญาณนักล่าของน้องทำให้การอยู่ในจุดได้เปรียบอย่างที่สูงจึงเป็นจุดที่น้อง ๆ เขาชื่นชอบมากกว่าอยู่กับพื้นที่อาจโดน(ทาส)ลอบโจมตีได้ค่ะ วิธีที่ 2 : จัดให้มีที่สำหรับลับเล็บ สำหรับวิธีนี้ไม่ใช่เพียงแค่หลอกล่อให้น้องแมวอยู่ติดบ้านเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการป้องกันเฟอร์นิเจอร์ในบ้านไม่ให้เสียหายจากกรงเล็บของน้องด้วยค่ะ วิธีที่ 3 : แต่งบ้านด้วยสีเอิร์ทโทน ธรรมชาติเป็นสิ่งที่สัตว์หลายชนิดคุ้นเคย ต่อให้การลืมตามาดูโลกครั้งแรกจะเป็นในเมืองใหญ่ที่หาต้นไม้ยากมากก็ตาม แต่โดยสัญชาตญาณแล้วน้องแมวก็ยังคงใฝ่หาธรรมชาติที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายอยู่ดีค่ะ เพราะงั้นการเลือกตกแต่งบ้านด้วยเอิร์ทโทนจะทำให้น้องชอบและมีความสุขจนไม่อยากไปไหนมากกว่านะ  วิธีที่ 4 : มีมุมสบายและปลอดภัยไว้พักผ่อน น้องแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณในการระแวดระวังสูง เพราะน้องจะไม่ทนอยู่ในจุดที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ อย่างเช่น พื้นที่โล่งแจ้ง คงหายากน่าดูเลยนะคะที่จะได้เห็นน้องออกมานอนกลางบ้านโล่ง ๆ เพราะการอยู่ตามมุมต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น้องสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ (จะจัดการด้วยกรงเล็บหรือเดินหนีดี ฮ่าๆๆๆ) และนอกจากตามมุมต่าง ๆ ที่น้อง ๆ ชื่นชอบแล้ว การอยู่ในลังที่ปิดล้อมอย่างดีก็เป็นอีกความสบายใจของน้องเช่นกันค่ะ วิธีที่ 5 : จัดให้มีมุมตากแดดและชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกบ้านบ้าง อย่างที่บอกว่าน้องแมวที่เป็นสัตว์นักล่า เพราะงั้นการสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ (ที่ไม่ใช้หน้าของทาสมาคลอเคลียพุง) จึงเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงของน้องเขา คล้าย ๆ กับที่เรานั่งดูละครโทรทัศน์นั่นแหละค่ะ น้องไม่ชอบเผือกแต่แค่อยากรู้ความเป็นไปของโลกเท่านั้นเอง และแสงแดดก็เป็นพลังงานธรรมชาติที่ทำให้น้อง ๆ ผ่อนคลายได้ดีอย่างยิ่งด้วยค่ะ ใครที่สามารถจัดบ้านได้ตามความต้องการทั้ง 5 ข้อนี้ได้ อาจช่วยให้น้องแมวอยากอยู่ในบ้านมากกว่าออกไปผจญโลกกว้างให้เราต้องเป็นห่วงกันได้นะคะ แบบอารมณ์ประมาณว่าบ้านน่าอยู่ผู้อยู่อาศัยก็แฮบปี้ค่ะ

Read More
featured image

เรื่องของทรายแมวว เมี้ยว……

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

ทรายแมวประเภทต่างๆมีกี่แบบ วันนี้ไปเจอบทความเก่า ในกลุ่มชุมชนคนรักแมว เกี่ยวกับทรายแมว เอดเห็นว่ามีประโยชน์ เลยขออนุญาติมาแนะนำต่อนะครับ. ทรายแมวประเภทต่างๆ .1) ทรายแมวแบบเกล็ด (เบนโทไนท์เนื้อสีขาว)ข้อดี : ดูดซึมเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ไม่แตกสลาย เก็บกลิ่นดี ไม่มีฝุ่นข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกะราคาตามท้องตลาด และหาซื้อยากพอสมควรระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 5-6 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .2) ทรายแมวแบบเกล็ด (เบนโทไนท์เนื้อสีดำ)ข้อดี : ดูดซึมเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ไม่แตกสลาย เก็บกลิ่นดี ราคาถูกกว่าแบบสีขาว ข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูงแต่ไม่มาก หากซื้อยากพอสมควร *ย้ำมีฝุ่น เพราะเม็ดจะเล็กเป็นเศษ.ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 4-5 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .3) ทรายแมวแบบเม็ดกลม (มีส่วนผสมเบนโทไนท์แปรรูป..)ข้อดี : ดูดซึมได้ จับตัวเป็นก้อนปานกลาง ราคาถูก หาซื้อง่าย และมีหลายยี้ห้อมากกข้อเสีย : ต้องตักบ่อยๆ ปล่อยไว้นานของเสียจะเหนียวๆเละๆ เก็บกลิ่นไม่ค่อยดี ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 2-4 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .4)ทรายแมวแบบคริสตัลข้อดี : ดูดซึมของเหลวได้ดีมาก สามารถนำกลับมาล้าง ตากแดดแล้วใช้ใหม่ได้ ไม่มีฝุ่นข้อเสีย : ด้วยเม็ดสัมผัส อาจทำให้แมวเจ็บเท้า ไม่ค่อยเก็บกลิ่นเท่าไร ตอนล้างอาจต้องสัมผัสของเสียแมวโดยตรง ^ ^ ใช้จนเม็ดเป็นสีเหลือง ถึงค่อยทิ้ง... ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 2-4 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .5)ทรายแมวแบบไม้สนข้อดี : ดูดซึมน้ำได้ดี ไม่มีฝุ่น และทิ้งลงชักโครกได้ เหมาะมากกับคนอยู่คอนโด ประหยัด ไม่ต้องตักทรายบ่อยๆ แค่ร่อนๆเอาผงทรายออก ทำจากพืชหากแมวเผลอเลียหรือกลืนก็ไม่เป็นอันตรายข้อเสีย : ถ้าเป็นอึจะเก็บกลิ่นได้ไม่ค่อยดี ถ้าร่อนทรายไม่ดีจะค้างหมักหมมแล้วเหม็นมากกก ต้องใช้กระบะทราย 2 ชั้นด้วย …

Read More
featured image

6 ท่าฝึกแมว…ใครว่าทำไม่ได้?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

ฝึกแมว...แค่พูดคำนี้ก็คงมีคนส่ายหน้ากันแล้ว เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่าแมวเป็นสัตว์ที่อินดี้ที่สุดในโลก บทจะขี้อ้อนนัวเนียทาสก็อ้อนซะจนทาสไม่เป็นอันต้องทำอะไร แต่บทจะดื้อเพ่งแกล้งเมินทุกสิ่งอย่างก็ทำเอาทาสใจสลายจนไม่อยากไปเจ้ากี้เจ้าการอะไรน้องอีกแต่ว่า...แต่ว่า...แต่ว่า... ใครว่าน้องแมวจะฝึกไม่ได้! เพียงแค่การจะฝึกน้องต้องอาศัยความเข้าใจและอดทนเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งในวันนี้เรามี 6 ท่าที่จะเปลี่ยนแมวอินดี้ให้เป็นแมวเชื่องกัน >>> ท่าที่ 1 : ฝึกให้น้องขับถ่ายบนกระบะทราย <<<เริ่มกันด้วยท่าง่าย ๆ ที่ทาสหลายคนไม่มีปัญหากับการฝึกนี้ แต่ก็มีทาสอีกบางส่วนเหมือนกันที่ไม่รู้จะฝึกน้องยังไง ซึ่งเคล็ดลับนั้นไม่ยาก เพียงแค่สังเกตท่าทีเวลาน้องปวดฉิ่งฉ่องหรืออึอึ๊มักจะมีท่าทีงุ่นง่านเดินดมพื้นไปทั่ว ถ้าเห็นแบบนั้นก็จับน้องไปวางบนกระบะทรายที่จัดเตรียมไว้ได้เลย ทำซ้ำไม่กี่ครั้งน้องก็จำแล้วว่าตรงนี้คือห้องน้ำอันแสนสุข >>> ท่าที่ 2 : ฝึกให้เดินมาหาโดยการเรียกชื่อ <<<การฝึกท่านี้ที่จริงก็ไม่ได้ยากอะไร แต่เพียงต้องอาศัยความคุ้นชินและทำบ่อย ๆ ถ้าจะให้ดีมีของสุดโปรดของเขามาไว้หลอกล่อหรือทำให้รู้ว่าถ้ามาหาถึงจะได้กินขนมนะ ง่าย ๆ แค่นี้เอง >>> ท่าที่ 3 : ฝึกขอมือจากน้องแมว <<<เอ๊ะ! แมวก็ฝึกแบบนี้ได้เหรอ ต้องมีคนสงสัยแบบนี้แน่ ๆ เลยใช่ไหมละ เพราะอันที่จริงนี่ก็สงสัยหนักมากเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ ส่วนคนที่เคยฝึกเขาก็บอกว่าทำได้ซึ่งวิธีไม่ต่างจากฝึกน้องหมาเลยสักนิด โดยเริ่มแรกให้แตะหลังเท้าหน้าแล้วยกเอามาวางบนมือเราก่อนที่จะให้รางวัล เป็นการบอกให้รู้ว่าทำแบบนี้ถึงจะได้ ตอนที่ฝึกให้เรียกชื่อน้องหรือบอกว่าขอมือไปด้วย ทำซ้ำเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นจนกว่าน้องจะคุ้นชินคำสั่ง >>> ท่าที่ 4 : ฝึกให้นั่ง <<<ใครที่ฝึกน้องแมวมาได้จนถึงท่านี้ต้องขอตบมือให้ก่อนเลยจ้า เพราะเราได้เดินมาถึงครึ่งทางกันแล้ว ส่วนท่านี้ก่อนฝึกต้องเก็บสิ่งของที่จะดึงความสนใจของน้องออกให้หมด หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกให้นั่งเมื่อได้ยินคำสั่ง ซึ่งเหมือนกับข้ออื่น ๆ เลย หากน้องทำได้ค่อยให้ขนมนั่นเอง >>> ท่าที่ 5 : ฝึกจูงเดินด้วยสายจูง <<<

Read More
featured image

รู้ทันอาการแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกและวิธีรักษาเบื้องต้น

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

เมื่อสัตว์เลี้ยงเจออากาศร้อน ฮีทสโตรกเป็นชื่อโรคที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ ในช่วงเวลานี้  ซึ่งโรคนี้เป็นมักแพร่ระบาดเป็นอย่างมากในฤดูร้อน และยิ่งกับหน้าร้อนของเมืองไทยในช่วงนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราได้ยินข่าวสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตเพราะความร้อนอยู่มาก หรือแม้แต่นักปั้นจักรยานกลางแจ้งที่เป็นลมหมดสติกันไปหลายราย ร้ายแรงสุดคือเสียชีวิตกันเลยทีเดียวอาการของโรคฮีมสโตรกที่พบได้ไม่ว่ากับมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงนั่นคือการที่ร่างกายมีความร้อนสะสมอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งกับร่างกายมนุษย์ของเรายังมีกลไกมากมายที่จะขับความร้อน ถ้าไม่ไปอยู่ในพื้นที่ร้อนจัดเป็นเวลานานก็ยังไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่กับสัตว์เลี้ยงของเราที่ร่างกายระบายความร้อนได้ลำบากกว่ามนุษย์นี่สิที่น่าเป็นห่วงอย่างน้องแมวที่สามารถขับความร้อนได้ทางอุ้งเท้าเท่านั้น ทำให้ร่างกายของน้องมีโอกาสเก็บสะสมความร้อนไว้ได้มากจนอาจก่อให้แมวป่วยเป็นฮีทสโตรกได้เลยทีเดียว ซึ่งหากเกิดขึ้นมาอวัยวะภายในของน้องจะได้รับความเสียหายจนบางครั้งอาจสร้างความผิดปกติให้กับน้องไปตลอดชีวิตหรือทำให้เสียชีวิตได้เลยอาการเบื้องต้นที่น้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกจะแสดงอาการออกมาคือ  - กระวนกระวาย มักชอบหาที่เย็น ๆ นอน- เหนื่อยหอบง่าย มีเหงื่อออกมากที่บริเวณอุ้งเท้า - เลียขนเพื่อระบายความร้อนบ่อยกว่าปกติ - อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติเล็กน้อยซึ่งหากปล่อยไว้นานเข้าอาจทำให้ร่างกายของน้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกมีความร้อนที่สะสมมากจนเข้าขั้นวิกฤตอย่าง... - ชีพจรเต้นเร็วและมีอาการหอบหายใจเร็วร่วมด้วย - ลิ้นและปากแดง - อ่อนเพลีย - เดินโซเซ - อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 40 องศาเซลเซียส วิธีปฐมพยาบาลน้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกเบื้องต้น คือ - หาสถานที่อากาศถ่ายเทสะดวกให้น้องแมว อาจจะเปิดหน้าต่างและเปิดพัดลมส่ายไปมาเบา ๆ - เลี่ยงไม่ให้น้องออกไปบริเวณที่มีแสงแดด - เช็คตัวระบายความร้อนด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่าเล็กน้อย ไม่ควรเอาน้ำเย็นเช็คตัวน้องเลย เพราะอาจทำให้น้องช็อคได้- ค่อย ๆ ป้อนน้ำเย็น - ใช้ผ้าขนหนูเปียกหมาดห่อตัวน้องเอาไว้ - ห้ามเปลี่ยนอุณหภูมิห้องโดนฉับพลันเด็ดขาด เพราะไม่งั้นน้องอาจมีอาการช็อคได้หากปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วน้องแมวไม่มีอาการที่ดีขึ้นเลยให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ให้เร็วที่สุดค่ะ เ

Read More