0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

ทาสแมวต้องรู้

featured image

เลี้ยงแมวต้องรู้!!! . 4 ประเภท อาหารแมว ที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤศจิกายน 14, 2019 - No Comments

การเลือกซื้อ อาหารแมว ให้เหมาะกับอายุของแมวเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องรู้ เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของแมวด้วยเช่นกัน โดยแบ่งเป็น3ช่วงวัยหลักๆดังนี้ ลูกแมว (หย่านมถึง1ปี)มีสารอาหารปริมาณมากเนื่องจากต้องบำรุงการเจริญเติบโตและพัฒนาการให้ในปริมาณน้อย วันละ 3ครั้ง แมวโต(1ปีขึ้นไป)ร่างกายพัฒนาช้าลง การใช้พลังงานลดน้อยลงให้วันละ 2 ครั้ง เลี่ยงให้อาหารรสเค็มซ้ำๆ ควรปรับเปลี่ยนให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน แมวแก่(10 ปีขึ้นไป)ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่ายควรให้อาหารเปียกสลับแห้ง

Read More
featured image

ขนมแมวเลีย ?? ให้กินยังไงไม่ให้ตกเป็นทาสเจ้าเหมียว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 25, 2019 - No Comments

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ขนมแมวเลีย เป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับคนเลี้ยงแมว แต่ขนมก็ยังคงเป็นขนม เพราะฉะนั้นเหล่าทาสควรให้ ขนมแมวเลีย ในปริมาณที่เหมาะสม โดยให้อาหารหลักที่มีโภชนาการครบถ้วนสำหรับน้องแมวยังคงเป็นอาหารมื้อสำคัญ ดังนั้นปริมาณที่จะให้ขนมแมวควรอยู่ที่ 10% ของพลังงานที่น้องแมวต้องการ ในแมวแต่ละตัวหรือแต่ละช่วงวัยย่อมต้องการใช้พลังงานไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้ - ลูกแมววัยกำลังโต พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 2.5 x RER - แมวโตเต็มวัยที่ทำหมันแล้ว พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.2 x RER - แมวโตเต็มวัยที่ยังไม่ทำหมัน พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.4 x RER - แมวยังไม่อ้วนแต่มีโอกาสเสี่ยงอ้วนง่าย(ชอบนอน ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย) พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.0 x RER - แมวอ้วนที่ต้องลดน้ำหนัก พลังงานที่เหมาะสมอยู่ที่ 0.8 x RER โดยค่า RER คือค่าพลังงานที่น้องแมวต้องการขณะพัก คำนวณได้จาก 70 x น้ำหนักตัว(kg) x 0.75 สำหรับผลเสียที่เกิดจากการที่น้องแมวได้รับพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ คือ 1. น้ำหนักตัวที่มากเกินพอดี 2. เป็นโรค เช่น เบาหวาน โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง ฯลฯ ทำให้เหล่าต้องปวดหัวหาเงินมารักษาน้อง 3. ก่อให้เกิดปัญหาเลือกกิน เพราะน้องจะไม่กินอาหารหลักและรอคอยแค่ขนมแมวเลียเท่านั้น ส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นแล้ว การให้ ขนมแมวเลีย ในโอกาสที่เหมาะสมจึงสมควรกว่า อย่างเช่น ให้เพื่อเป็นรางวัลเมื่อน้องแมวทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างที่เราต้องการ หรือปลอบใจเมื่อเราต้องบังคับน้องทำบางสิ่งบางอย่างที่สะเทือนใจอย่างการอาบน้ำหรือการพาไปหาคุณหมอนั่นเอง หากทาสคนไหนที่ยังมีพฤติกรรมตามใจน้องทุกครั้งที่ร้องขอก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยคำนึงถึงสุขภาพน้องให้มาก ๆ แทนด้วยนะ @cataccessories

Read More
featured image

11 ข้อต้องรู้ก่อนพาเจ้าเหมียวไป ทำหมันแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 24, 2019 - No Comments

การจะพาแมวไปทำหมันนั้น ต้องเตรียมความพร้อมทั้งตัวเจ้าของเองและตัวแมวเองเช่นกัน เราก็มีการเตรียมตัวก่อนและหลัง ทำหมันแมว มาแนะนำกันครับ

Read More
featured image

มีลูกพร้อมเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ ถ้าที่บ้านมี แมวกับเด็ก ต้องทำเช่นไร

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on กันยายน 21, 2019 - No Comments

บางครั้งในบ้านของผู้ที่เลี้ยงแมวหรือสุนัขอยู่แล้ว แต่สุนัขหรือ แมวกับเด็ก ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ ...แค่ต้องรู้และเข้าใจ สำหรับครอบครัวไหนที่กำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ ที่พร้อมจะลืมตามาดูโลกในอีก 9 เดือนข้างหน้า แต่บังเอิญว่ามีเจ้าถิ่นเก่าอย่างเจ้าเหมียวหรือมะหมาอยู่ด้วย หลายคนอาจเป็นกังวลว่ามันจะส่งผลไม่ดีต่อลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาหรือไม่ บางคนถึงขั้นเอาพวกน้องไปปล่อยหรือหาบ้านหลังใหม่ให้อยู่ แต่การทำแบบนั้นเป็นการทำร้ายจิตใจของน้อง ๆ มาก เพราะงั้นแล้วเราจึงนำวิธีการอยู่ร่วมกันจากทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs มานำเสนอ เพื่อที่เราจะไม่ต้องใจร้ายกับสัตว์เลี้ยง และยังอยู่ร่วมกันได้ด้วยนั่นเอง 1. พาสัตว์เลี้ยงไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคที่อาจจะแฝงอยู่ หากพบควรแยกและพักรักษาจนกว่าจะพ้นระยะโรค และหากไม่มีก็ควรเฝ้าระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงไปติดโรคมา เช่น อาจต้องบังคับให้น้องแมวเป็นเด็กดีอยู่ในบ้านไม่ออกไปคาบหนูเล่นนอกบ้านจนติดโรคไปก่อน 2. หากสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงควรใส่ถุงมือป้องกัน หรือล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสตัวน้อง 3. ระวังไม่จับดินทรายด้วยมือเปล่า เพราะอาจมีสิ่งที่น้อง ๆ ถ่ายเอาไว้ 4. หากปลูกผักรับประทานเองควรล้างให้สะอาดทุกใบก่อนนำมาปรุงอาหาร 5. ไม่ทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน และหากใครที่คิดอยากจะเลี้ยงดูแลสัตว์เลี้ยงไปพร้อม ๆ กับลูกน้อย ใครใส่ใจ 3 ข้อต่อไปนี้ให้มาก เพราะภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงและตัวเด็กเองอาจก่อปัญหาให้เกิดอันตรายขึ้นได้ 1. แบ่งปันความรักไปพร้อม ๆ กับการทุ่มเทเลี้ยงลูก เพราะน้องย่อมต้องการความรักจากเราอยู่ตลอดเวลา แต่การเลี้ยงลูกเล็กก็ต้องการความเอาใจใส่อย่างมาก เช่นนั้นเราควรจัดสรรเรื่องของเวลาเพื่อมอบความรักให้กับทั้งลูกและสัตว์เลี้ยงไปได้พร้อม ๆ กัน 2. สัตว์เลี้ยงที่กำลังจะเลี้ยงหรือเลี้ยงอยู่เหมาะสมกับการอยู่กับเด็กอ่อนหรือเปล่า อุปนิสัยของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ สัตว์บางตัวอาจเป็นมิตรกับทุกสิ่งบนโลก แต่กับสัตว์บางตัวก็ขี้รำคาญจนอาจก่ออันตรายให้เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัวเพราะโดนกระตุ้น เช่นนั้นอาจจะต้องแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันอันตรายที่คาดไม่ถึง 3. การปลูกฝังนิสัยรักสัตว์ให้กับลูกน้อย เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยปกติเด็กในวัยแรกเกิดจนถึงวัน 6 ขวบ มักจะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูเป็นหลัก หากพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูมีความรัก ความอ่อนโยนให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นแบบอย่างแล้ว ต่อไปในอนาคตลูกน้อยจะต้องเติบโดเป็นคนที่รักสัตว์และสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงของเราได้อย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่น่ารักและอ่อนโยนต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย

Read More
featured image

ระวัง!!! งู รับมือภัยหน้าฝนให้น้องแมว ไม่ให้ งูกับแมว เจอกัน

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on สิงหาคม 23, 2019 - No Comments

วิธีพยาบาลรักษาเบื้องต้นหากพบหรือคาดว่าเจ้าเหมียวโดนงูกัด และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ งูกับแมว เจอกัน ถ้าพูดถึงฤดูฝนหลาย ๆ คนต้องนึกถึงความเปียกแฉะจนไม่อยากก้าวเท้าออกจากบ้าน แต่สำหรับเจ้าแมวเหมียวผู้แสนซุกซนของเรานั่นความเฉอะแฉะกลับไม่ใช่ปัญหาเลย วันดีคืนดีอาจได้คาบอะไรแปลก ๆ มาให้ต๊กกะใจเล่น ซึ่งถ้าของแปลกอย่างเช่นงูเงี้ยวเขี้ยวขอแดดิ้นหมดลมหายใจไปแล้วก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่ตายคงได้มีวุ่นวายแตกตื่นร้อนถึงกู้ภัยแน่ ๆ ซึ่งที่กล่าวมานี่ยังเหมือนจะน่ารักชิว ๆ ไปเลยถ้าเอามาเทียบกับการที่เจ้าแมวเหมียวนักอวดของเราโดนงูที่น้องอาจจะคาบมากัดเอา!! เพราะงั้นแล้วเราควรต้องทราบว่าจะสังเกตหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้นยังไงหากเจ้านายขนปุยของเราโดนฉกกัดเข้าให้ อย่างแรกที่ควรต้องรู้กันก่อนนั้นคืออาการที่เกิดหลังจากโดนพิษของงูเข้าไป เพราะบางทีน้องอาจไม่ได้คาบเจ้างูที่ฉกกัดนั้นมาให้ แต่กลับแสดงอาการบางอย่างที่ผิดแผกไปแทน ซึ่งอาการโดยทั่วไปที่มักจะพบเหมือน ๆ กันนั้นคือ มีร่องรอยเขี้ยวของงูบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายน้อง และในบริเวณนั้นจะเกิดอาการบวมแดงและเจ็บปวด ยกเว้นเพียงการฉกกัดของงูสามเหลี่ยมและงูทับสมิงคลา และอาการต่อไปจะแตกต่างไปตามชนิดของงู ดังนี้ - งูจงอาง, งูเห่า, งูทับสมิงคลา และงูสามเหลี่ยม จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากพิษเข้าจู่โจมระบบประสาทจนอาจทำให้เกิดอาการอัมพาต การหายใจตัดขัดจนไม่อาจหายใจได้อีกและตายลงในที่สุด - งูเขียวหางไหม้, งูแมวเซา และงูกะปะ พิษของงูสามชนิดนี้จะเข้าทำลายระบบไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดออกไม่หยุดบริเวณแผลที่โดนฉกกัด หนักเข้าจะมีอาการเลือดออกตามช่องว่างต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ตา ทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดการอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย ใต้ผิวหนังเกิดเป็นปื้นเลือดคล้ายรอยช้ำ และสุดท้ายทำให้เสียชีวิตจากการเสียเลือดมาก วิธีพยาบาลรักษาเบื้องต้นหากพบหรือคาดว่าเจ้าเหมียวโดนงูฉกกัด คือ - ล้างน้ำสะอาดบริเวณที่ถูกกัด - ห้ามมัดเชือกเหนือแผลเพื่อห้ามพิษเด็ดขาด เพราะจากทำให้เนื้อบริเวณนั้นตาย - หากเห็นขณะน้องถูกฉกกัดหรือซากงูในบริเวณใกล้ ๆ ควรจดจำรายละเอียดหรือถ่ายรูปเพื่อนำไปให้สัตวแพทย์ใช้ประกอบการตัดสินใจ และฉีดเซรุ่มยับยั้งพิษได้ถูกต้อง - โดยปกติตามคลินิกมักจะไม่ค่อยมีเซรุ่มแก้พิษงู เพราะงั้นการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสัตว์เลยจึงจะเป็นการไม่เสียเวลาที่สุด

Read More
featured image

แชร์วิธีช่วยทาสใช้ในการหัดน้องแมวอึให้เป็นที่เป็นทาง ฝึกแมวอึในกระบะทราย ไม่ใช่เรื่องยาก

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on สิงหาคม 23, 2019 - No Comments

บางบ้านก็เป็นปัญหาอย่างหนักในเรื่องของ ฝึกแมวอึในกระบะทราย การขับถ่ายของน้องแมว จนต้องมาขอความช่วยเหลือจากทาสแมวคนอื่น ซึ่งบางวิธีการก็ใช้ได้ผลกับเจ้าเหมียวกลุ่มหนึ่งแต่กลับได้รับการเมินเฉยจากเจ้าเหมียวอีกกลุ่มแทน คิดไปคิดมาก็น่าสงสารทาสกลุ่มหลังที่ต้องนั่งกุมขมับไม่รู้ว่าจะจัดการวิธีไหนดี เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 วิธีจากกลุ่มทาสแมวที่เอามาใช้บอกสอนให้เจ้าแมวอึในที่ที่เตรียมไว้ให้กัน . 1. จับเอาไปวางตอนที่น้องแมวทำท่าจะปลดทุกข์ไม่ว่าหนักหรือเบา วิธีนี้เป็นวิธีเบสิคที่ทาสหลายคนเลือกใช้ แต่ต้องอาศัยความช่างสังเกตของเหล่าทาสด้วย พอเห็นน้องแมวอึก็รีบยกน้องไปวางในกระบะทรายหรืออุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ให้น้องได้เลย แมวบางบ้านก็สามารถเรียนรู้ได้ไวแต่บางบ้านอาจต้องทำซ้ำบ่อยจนกว่าน้องจะเดินไปปลดทุกข์ได้เอง .2. เก็บเจ้าก้อนอึหรือฉี่แมวไปวางไว้ในกระบะทรายแล้วให้น้องมารับทราบ ทาสแมวบางคนอาจจะวิ่งจับเจ้านายเหมียวมาวางในจุดที่เราต้องการให้น้องขับถ่ายไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวทีก็เห็นน้องแมวอึออกมาเป็นก้อนหรือฉิ้งฉ่องออกมาเป็นน้ำไปเสียแล้ว วิธีแก้ปัญหาของทาสกลุ่มนี้จึงเป็นการพูดคุยตกลงให้รู้เรื่องแทน โดยเก็บอึหรือฉี่น้องมาใส่ไว้ในกระบะทรายแล้วบอกน้องแมวให้เรียบร้อย ทำซ้ำอย่างมีความอดทนสักวันน้องต้องเข้าใจได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญควรกำจัดกลิ่นอึและฉี่ของน้องในบริเวณอื่นให้เรียบร้อยด้วย เพราะไม่งั้นน้องได้กลิ่นจะเข้าใจได้ว่าตรงนี้อึได้นั่นเอง .3. จับให้นั่งบนกระบะทรายแล้วเอาก้นน้องถู ๆ กับทรายแมว วิธีนี้อาจจะคล้ายกับวิธีแรกแต่ที่ไม่เหมือนกันคือทาสไม่ต้องรอให้น้องปวดอึก่อนแล้วค่อยจับลงจุดมาร์กที่ต้องการ แต่ใช้วิธีสอนให้รู้ว่าเวลาน้องแมวอึต้องมาอึตรงนี้นะ และแถมท้ายให้ด้วยการจับขาหน้าน้องโกยกับกระบะทรายเป็นการสอนวิธีกลบให้เรียบร้อยซะด้วย . 4. จำกัดพื้นที่ในช่วงแรก ๆ ไว้ใกล้กระบะทราย แมวบางตัวก็มีความเคยชินในเรื่องของการขับถ่ายอยู่แล้ว โดยปกติน้องมักจะชอบกองทรายหรือไม่ก็พื้นดินร่วน ๆ ในการทำธุระส่วนตัว เพราะแบบนั้นหากเราจำกัดพื้นที่ให้เขาอยู่ไม่ไกลจากกระบะทรายเข้าไว้ ตามสัญชาตญาณของน้องก็จะทำให้น้องเรียนรู้ได้ว่าที่ตรงนั้นคือที่สำหรับให้น้องแมวอึ .5. ใช้อุปกรณ์เข้าช่วย ปัจจุบันได้มีอุปกรณ์สำหรับสอนน้องแมวให้เรียนรู้ในเรื่องแบบนี้ค่อนข้างมาก เพราะอย่างงั้นการใช้ตัวช่วยเหล่านั้นก็จะยิ่งทำให้น้องได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เห็นปุบน้องแมวอึได้ปับอย่างกับสั่งได้ เป็นอย่างไรบ้างกับทั้ง 5 วิธีนี้ ลองนำไปปรับใช้กับเจ้าเหมียวที่บ้านดูก่อนแล้วกัน หรือถ้าใครยังมีวิธีสอนน้องนอกเหนือจากนี้ อย่าเก็บไว้คนเดียวเชียว เพราะปัญหาสอนน้องแมวอึอาจเป็นเรื่องระดับชาติสำหรับบางบ้านเลยนะคะ

Read More
featured image

หมัดแมว สามารถเข้ามาอาศัยอยู่ในมนุษย์ทาสอย่างเราได้หรือเปล่า??

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on สิงหาคม 23, 2019 - No Comments

หมัดแมว เป็นอีกหนึ่งความกังวลของมนุษย์ทาสที่ไม่เพียงแค่ต้องกำจัดเพื่อป้องกันสุขภาพของน้องแมวเท่านั้น แต่ทาสบางคนอาจได้ยินหรือได้ฟังมาบ้างว่าหมัดแมวอาจเข้ามาขยายเผ่าพันธุ์บนตัวของเราได้เช่นกัน เพราะแบบนั้นจึงมีหลายคนที่พยายามหาคำตอบสำหรับเรื่องนี้ และได้ความจริงมาว่า... หมัดแมวกินเลือดมนุษย์ได้ แต่ไม่อาศัยอยู่บนตัวของมนุษย์ ต้องเคยมีบางคนโดนหมัดแมวกัดกันมาบ้าง และคงจะแอบกังวลนิด ๆ ว่ามันยังคงอยู่ในร่างกายของเราอยู่หรือไม่ โดยธรรมชาติของหมัดเป็นปรสิตกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ทำให้มนุษย์อย่างเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของมัน และแม้มันจะสามารถดูดเลือดเราเพื่อต่อชีวิตของมันได้ แต่สารอาหารในเลือดของเราไม่เพียงพอที่จะช่วยให้มันขยายเผ่าพันธุ์ได้ เพราะงั้นเมื่อมันกินเลือดเรา(กรณีจำเป็นเพราะไม่มีน้องแมวอยู่แถวนั้น)แล้วจะรีบออกเดินทางหาเจ้าเหมียวหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กทันที  หมัดชอบอยู่ในสัตว์ที่มีขนหนา แน่นอนว่าร่างกายของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่หมัดจะชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะมันเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเราไม่ได้มีขนที่หนานุ่มเหมือนกับน้องแมวอยู่ทั่วตัวนั่นเอง  หมัดแมวกระโดดมาถึงเส้นผมของมนุษย์ไม่ได้ จากงานวิจัยพบว่ามันสามารถกระโดดในแนวสูงได้ที่ความสูงโดยประมาณ 19 นิ้ว และด้วยความสูงที่มันกระโดดได้นี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกระโดดขึ้นมาถึงเส้นผมของเรา ยกเว้นแต่ว่าเราจะนำเจ้าแมวที่กำลังมีปัญหาเรื่องหมัดมานอนร่วมเตียง หรือเผอเรอไปนอนยังพื้นที่ที่มีหมัดแมวเดินเพ่นพ่านอยู่  หมัดที่อาศัยในคนเรียกว่า “หมัดมนุษย์” หรือ “หมัดชิโกเอะ” พบมีการระบาดของหมัดชนิดนี้ในอเมริกาและมีแนวโน้มที่จะขยายเผ่าพันธุ์มายังพื้นที่เขตร้อนมากขึ้น ซึ่งหมัดชนิดนี้ไม่เหมือนหมัดแมวตรงที่มันจะเข้าไปอาศัยในผิวหนังที่มันกัดและวางไข่  วิธีแก้และป้องกันหมัดเข้าสู่ร่างกาย 1. หวีผมให้เรียบร้อยจนหมัดเข้าไปอยู่อาศัยหรือหาทางออกมาไม่ได้ และควรมัดผมให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เส้นผมสัมผัสกับน้องแมวที่มีหมัดอยู่บนตัว 2. ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของต้นชายูคาลิปตัสและโรสแมรี่ เพราะมีสารที่สามารถไล่หมัดออกมาได้(จะใช้ในน้องแมวก็ได้ด้วยนะ) 3. ทำความสะอาดบ้านและเฟอร์นิเจอร์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่มีขน อย่างเช่นพรมเช็ดเท้าหรือพรมที่ปูวางไว้กับโซฟา เป็นต้น

Read More
featured image

4 เหตุการณ์ที่ต้องเจอถ้าคิดจะ อาบน้ำให้แมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on สิงหาคม 19, 2019 - No Comments

การ อาบน้ำให้แมว ในปัจจุบันค่อนข้างเป็นเรื่องที่เหล่าทาสนิยมทำกัน แต่ทาสบางคนก็จะแย้งว่าแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด เพราะงั้นมันจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองสกปรกจึงไม่จำเป็นที่ต้องอาบน้ำให้ใช่ไหมละ แต่อย่าลืมว่าถึงน้องจะมีนิสัยแบบนั้นจริง ๆ ทว่าเวลาน้องแมวไม่สามารถเลียตัวเองได้ทั้งตัว แถมเจ้าตัวยังเป็นสัตว์ที่ติดออกเที่ยว ถ้าทาสบ้านไหนเลี้ยงแบบปล่อยด้วยแล้วคงแอบจะกังวลเรื่องความสะอาดของน้องไม่ได้ เพราะงั้นแล้วหากเราจะจับเจ้าเหมียวอาบน้ำก็ต้องรู้ว่าสิ่งไหนจะเกิดขึ้นต่อไป ดัง 4 เหตุการณ์นี้ด้วยนะคะ ไม่เคยอาบมาก่อน มีสิทธิ์เจอลูกตบนะ แมวบางตัวไม่ได้ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์มาแต่กำเนิด และโดยธรรมชาติของมันก็ไม่ชื่นชอบความเปียกอยู่แล้ว เพราะงั้นแล้วทาสที่พยายามอาบน้ำแมวครั้งแรกคงต้องมีรับมือให้พร้อมกับกรงเล็บที่พร้อมจะเอาตัวรอด(จากน้ำ)ให้ดี ๆ เลยละ อยู่ไม่นิ่ง จับอาบทีเหมือนวิ่งไล่จับ ต่อให้เจ้าเหมียวจะเคยโดนจับอาบน้ำมาก่อนก็ใช่ว่าน้องจะยอมให้อาบแต่โดยดีทุกตัว เพราะงั้นหากไม่อยากต้องมาวิ่งไล่จับออกกำลังเรียกเหงื่อก่อนอาบน้ำแมว เหล่าทาสควรพร้อมรับมือกับเรื่องแบบนี้ เช่น อาบน้ำให้น้องในสถานที่ที่ปิด หรือมีกรงสำหรับอาบน้ำให้น้องนะคะ แมวไม่ชอบเสียงไดร์ แน่นอนว่าหลังอาบน้ำเสร็จเพื่อไม่ให้น้องเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อราหรือเจ็บป่วยเหล่าทาสจึงจำเป็นต้องทำตัวน้องให้แห้งที่สุด ซึ่งวิธีที่ง่ายและเร็วสุดคือการเป่าไดร์ แต่ช้าก่อนค่ะ! น้องแมวมีความเซ้นซิทีฟในเรื่องของเสียงเป็นอย่างมาก แค่เสียงพูดดัง ๆ ก็พร้อมทำให้น้องตระหนกได้แล้ว อาบบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นปอดบวม โดยธรรมชาติขนของแมวจะมีน้ำมันจากต่อมไขมันมาหล่อเลี้ยงให้เกิดความชุ่มชื้นอยู่แล้ว การอาบน้ำแมวบ่อย ๆ อาจจะส่งผลให้สมดุลตรงนี้เสียไปเสี่ยงให้น้องผิวแห้ง ขนหลุดร่วง และอาจเจ็บป่วยเป็นหวัดและปอดบวมตามมาได้นั้นเอง รู้แบบนี้แล้วเหล่าทาสที่ชื่นชอบอาบน้ำแมวจึงควรต้องศึกษาความเสี่ยงและหาวิธีรับมือไว้ให้ดี เพื่อความปลอดภัยของทั้งน้องแมวและตัวทาสผู้หวังดีอย่างตัวเรา ๆ ด้วยนั่นเอง

Read More
featured image

3 คุณประโยชน์ ลับเล็บแมว ที่ทาสอย่างเราต้องเข้าใจน้อง

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on สิงหาคม 17, 2019 - No Comments

เรื่อง ลับเล็บแมว เป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องเคยประสบพบเจอ บางบ้านที่ไหวตัวทันก็อาจจะหาสิ่งของมาไว้ให้น้องได้ลับ แต่บ้านไหนที่เป็นมือใหม่หัดเลี้ยงแถมข้อมูลยังไม่แน่นพอก็คงต้องสังเวยเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นให้กับการลับเล็บนี้ ซึ่งเราจะไปโทษว่าเจ้าเหมียวเขาก็ไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดเป็นเพียงพฤติกรรมโดยธรรมชาติของเขาเอง และไม่เพียงแค่สัญชาตญาณส่วนตัวเท่านั้น การลับเล็บแมวของน้องยังสร้างคุณประโยชน์กับตัวของน้องเองอีกด้วย ** ป้องกันตัวเองจากอันตราย ** เจ้าเหมียวเป็นสัตว์นักล่า เพราะฉะนั้นสัญชาตญาณในการระแวดระวังตัวเองจึงมักจะมีอยู่สูง ไม่เว้นแม้แต่น้องแมวที่นอนเป็นแมวเชื่องอยู่ที่บ้าน เพราะแบบนั้นการลับเล็บแมวของน้องจึงทำเพื่อให้เล็บของตัวเองคมอยู่ตลอดเวลา พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นวิ่งไล่จับเหยื่อ หนีสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเองขึ้นต้นไม้ เอาชนะคู่อริที่บังอาจมาแหยมถิ่น หรือแม้แต่การเอาไว้ตบทาสที่บังอาจเล่นอะไรที่มักจะพิเรนจนขัดใจน้อง ** ลับเล็บเอาไว้เพื่อสร้างอาณาเขต ** ที่ฝาเท้าของแมวจะมีต่อมที่เอาไว้ปล่อยกลิ่นเฉพาะเพื่อเป็นการเอาไว้บอกสัตว์ตัวอื่นว่าพื้นที่ต้องนี้มีเจ้าถิ่นอยู่ก่อนแล้ว เพราะแบบนั่นเวลาเราเห็นน้องชอบแตะนู่นลับเล็บแมวฝากไว้ตรงนี้จึงเป็นเหมือนการบอกกลาย ๆ ว่าสถานที่ตรงนี้เป็นของน้อง รวมถึงตัวทาสที่น้องไปแตะไปขวนเอาไว้บ่อย ๆ ด้วย ** ลับเล็บแมวช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ** ในการลับเล็บแมวน้องจำเป็นต้องยืดขาหน้าออกมาเพื่อเกาะกับสิ่งที่น้องต้องการลับ แบบนั้นจึงเป็นเหมือนท่าออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายอีกรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้กล้ามเนื้อของแนวได้รับการผ่อนคลายเหมือนเวลาเราบิดขี้เกลียดนั่นเอง การลับเล็บแมวอาจจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะไปเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ แต่การฝึกสร้างและเตรียมพร้อมของเหล่าทาสสามารถช่วยให้น้องแมวไม่เผลอไปทำลายข้าวของโดยไม่ตั้งใจได้ อย่างเช่นการหาอุปกรณ์อย่างที่ลับเล็บ หรืออาจจะเป็นกระดาษลังที่ไม่ได้ใช่อะไรแล้ว และในบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ก็เป็นอีกสิ่งที่จะเอาไว้ให้น้องใช้ลับเล็บไม่มาขวยเฟอร์นิเจอร์ในบ้านให้เสียหายได้ค่ะ แต่ถึงจะมีของที่ว่ามาแล้วก็ใช้ว่าจะปล่อยให้น้องเข้าใจเองนะคะ เราต้องค่อย ๆ สอนและละลายพฤติกรรมให้น้องมาลับเล็บกับสิ่งของที่เตรียมไว้ให้ด้วยค่ะ

Read More
featured image

ทำไมเจ้าตูบกับแมวเหมียวถึงไม่ถูกกัน?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 11, 2019 - No Comments

หมากับแมวไม่ถูกกันจริงเหรอ มันเป็นเรื่องที่พูดกันมานมนานว่าเจ้าสุนัขแสนซื่อสัตย์กับเจ้าเหมียวผู้อยู่เหนือทุกสิ่งนั่นเป็นสัตว์ที่อยู่คนละขั้วกัน เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องวิ่งไล่กันทุกที หากเอาไปถามผู้ใหญ่ก็ได้ทำตอบมาเพียงว่า “มันไม่ถูกกัน” อ้าว...คำตอบมันไม่เคลียร์เลยนะเนี่ย เพราะงั้นจึงได้มีงานวิจัยวิเคราะห์กันเป็นเรื่องเป็นราวแล้วได้ข้อสรุปมาแบบนี้ค่ะ คุยกันไม่รู้เรื่อง :  ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็คงไม่ต้องวิ่งไล่ฟัดกันให้เหนื่อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรกันเลย ว่าไหมละ...? อารมณ์คล้าย ๆ เวลาเจอชาวต่างชาติของคนไทยที่ไม่รู้ภาษาที่จะสื่อสาร พอเดินเจอหรือโดยถามทางทีไรเป็นต้องตื่นเต้นมองซ้ายมองขวาหาตัวช่วยทุกที  มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ :  ทั้งสุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่ถูกจัดไว้เป็นผู้ล่าทั้งคู่ค่ะ และการที่เจ้าตูบตัวใหญ่เห็นเจ้าเหมียวตัวเล็กผ่านหน้ามันก็เลยอดไล่ล่าในฐานะผู้ล่าไม่ได้สักที ในขณะที่เจ้าเหมียวก็ตื่นตูมระแวงระวังอยู่ตลอดเวลากลายเป็นการวิ่งไล่จับที่จบด้วยการที่เจ้าตูบแหงนมองกำแพงเพราะปีนขึ้นไปไม่ได้ซะงั้น นิสัยที่แตกต่าง :  อันนี้มันเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเจ้าเพื่อนแสนดีสี่ขานั้นแสนจะแอคทีฟ ในขณะที่เจ้าแมวผู้ทำตัวเป็นนายของบ้านอยู่ตลอดเวลานั้นแสนจะเฉยชาซะอย่างงั้นต้องเป็นเราที่เข้าไปออดอ้อนทุกที ความต่างกันสุดขั้วนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เขาวิเคราะห์กันได้นั้นเอง แต่ถึงแบบนั้นในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสุนัขและแมวมีความเป็นมิตรกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสื่อโซเชียลที่แอบถ่ายรูปของพวกมันมาลงอย่างกับเป็นเซเล่บ หรือแม้แต่การอัดคลิปเวลาที่พวกมันเล่นกันหรือปกป้องกันและกันจากภัยรอบนอก ที่เป็นแบบนั้นงานวิจัยก็มีคำตอบค่ะ ว่าทั้งสุนัขและแมวหากเติบโตมาด้วยกันสุนัขจะมีความอดกลั้นต่อสัญชาตญาณที่ต้องล่าเจ้าเหมียวได้นั่นเอง ส่วนจะมากน้อยหรือเผื่อแผ่ให้แมวตัวอื่น ๆ มากแค่ไหนก็คงต้องอยู่ที่ความอดทนของเจ้าตูบล้วน ๆ แล้วจ้า

Read More