0 mobile logo

Call Us: 095-279-3937

ทาสแมวต้องรู้

featured image

ทำไมเจ้าตูบกับแมวเหมียวถึงไม่ถูกกัน?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 11, 2019 - No Comments

หมากับแมวไม่ถูกกันจริงเหรอ มันเป็นเรื่องที่พูดกันมานมนานว่าเจ้าสุนัขแสนซื่อสัตย์กับเจ้าเหมียวผู้อยู่เหนือทุกสิ่งนั่นเป็นสัตว์ที่อยู่คนละขั้วกัน เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องวิ่งไล่กันทุกที หากเอาไปถามผู้ใหญ่ก็ได้ทำตอบมาเพียงว่า “มันไม่ถูกกัน” อ้าว...คำตอบมันไม่เคลียร์เลยนะเนี่ย เพราะงั้นจึงได้มีงานวิจัยวิเคราะห์กันเป็นเรื่องเป็นราวแล้วได้ข้อสรุปมาแบบนี้ค่ะ คุยกันไม่รู้เรื่อง :  ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็คงไม่ต้องวิ่งไล่ฟัดกันให้เหนื่อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรกันเลย ว่าไหมละ...? อารมณ์คล้าย ๆ เวลาเจอชาวต่างชาติของคนไทยที่ไม่รู้ภาษาที่จะสื่อสาร พอเดินเจอหรือโดยถามทางทีไรเป็นต้องตื่นเต้นมองซ้ายมองขวาหาตัวช่วยทุกที  มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ :  ทั้งสุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่ถูกจัดไว้เป็นผู้ล่าทั้งคู่ค่ะ และการที่เจ้าตูบตัวใหญ่เห็นเจ้าเหมียวตัวเล็กผ่านหน้ามันก็เลยอดไล่ล่าในฐานะผู้ล่าไม่ได้สักที ในขณะที่เจ้าเหมียวก็ตื่นตูมระแวงระวังอยู่ตลอดเวลากลายเป็นการวิ่งไล่จับที่จบด้วยการที่เจ้าตูบแหงนมองกำแพงเพราะปีนขึ้นไปไม่ได้ซะงั้น นิสัยที่แตกต่าง :  อันนี้มันเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเจ้าเพื่อนแสนดีสี่ขานั้นแสนจะแอคทีฟ ในขณะที่เจ้าแมวผู้ทำตัวเป็นนายของบ้านอยู่ตลอดเวลานั้นแสนจะเฉยชาซะอย่างงั้นต้องเป็นเราที่เข้าไปออดอ้อนทุกที ความต่างกันสุดขั้วนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เขาวิเคราะห์กันได้นั้นเอง แต่ถึงแบบนั้นในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสุนัขและแมวมีความเป็นมิตรกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสื่อโซเชียลที่แอบถ่ายรูปของพวกมันมาลงอย่างกับเป็นเซเล่บ หรือแม้แต่การอัดคลิปเวลาที่พวกมันเล่นกันหรือปกป้องกันและกันจากภัยรอบนอก ที่เป็นแบบนั้นงานวิจัยก็มีคำตอบค่ะ ว่าทั้งสุนัขและแมวหากเติบโตมาด้วยกันสุนัขจะมีความอดกลั้นต่อสัญชาตญาณที่ต้องล่าเจ้าเหมียวได้นั่นเอง ส่วนจะมากน้อยหรือเผื่อแผ่ให้แมวตัวอื่น ๆ มากแค่ไหนก็คงต้องอยู่ที่ความอดทนของเจ้าตูบล้วน ๆ แล้วจ้า

Read More
featured image

ไขปริศนา 10 พฤติกรรมที่น้องแมวบอกแต่ทาสงง?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 10, 2019 - No Comments

พฤติกรรมของแมว มีความหมายอะไรบางอย่างที่เราต้องสังเกตุดู เคยสงสัยกับการแสดงออกของน้องแมวที่แม้จะน่ารักแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีบ้างไหมคะ เพราะงั้นวันนี้เราเลยรวบรวม 10 พฤติกรรมที่เห็นได้บ่อย ๆ ของน้องที่ทำเราตกหลุมรักแม้จะไม่เข้าใจเลยก็ตาม 1. นวดๆๆ เคยเห็นน้องแมวใช้ขาหน้านวดเบาะนอนก่อนจะล้มตัวลงนอนกันบ้างหรือเปล่า ถ้าเคยเห็นต้องบอกเลยว่าพฤติกรรมแบบนี้คือการสร้างอาณาเขตอันปลอดภัยในการนอนเจ้าเหมียวค่ะ หรือบางทีอาจนอนทับทาสแล้วมือก็นวด ๆ เป็นการบอกให้รู้ว่าที่นอนตรงนี้แสนสบายจริง ๆ ฮ่าๆๆ 2. กัด!! ช้าก่อน! อย่าพึ่งยกมือตีน้องตอนน้องเผลอกัดเราเบา ๆ กันนร้า... เพราะการแสดงพฤติกรรมแบบนี้เป็นเพียงสัญชาตญาณของน้องเท่านั้น แบบอยากบอกให้รู้ว่ากำลังมีความสุขอยู่นะทาส หรือไม่ก็เพราะน้องอยากเรียกร้องความสนใจจากเราเพราะอยากเล่นด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ชอบแค่เดินหนีก็พอค่ะ 3. เอาหัวชนถูนัวเนีย ๆ  ต่อมกลิ่นของน้องจะอยู่บริเวณหัวเล็ก ๆ ของน้องนั่นแหละค่ะ การที่น้องเอาหัวมานัวเนียเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของของน้องแมว และบางครั้งอาจเป็นการทักทายเบา ๆ ที่เต็มไปด้วยความรักจากน้องด้วยนะคะ 4. เลียตัวเอง พฤติกรรมแบบนี้ทาสทุกคนต้องเคยเห็นอย่างแน่นอน ถ้าเทียบกับทาสอย่างเรา ๆ ก็เหมือนการอาบน้ำแต่งตัวของน้องนั่นเอง เพราะงั้นอย่าแปลกใจถ้าน้องจะชอบเลียตัวเองหลังจากที่ทาสอย่างเราเข้าไปลูบไปนัวเนียตัวน้อง 5. ขุดพื้นกลบอะไรบางอย่างใกล้ ๆ จานข้าว ใครเห็นน้องแมวทำแบบนี้รีบเปลี่ยนอาหารให้น้องด่วน ๆ เลยค่ะ เพราะนี้คือการบอกว่าอาหารที่ให้บ่อย ๆ เนี่ยเบื่อแล้วนะทาส ไปหาของอร่อย ๆ อย่างอื่นมาให้หน่อยสิ 6. คึกคักยามได้เล่น Catnip หรือ หญ้าแมว ทาสหลายคนรู้ว่าเจ้า Catnip หรือ หญ้าแมว เป็นพืชที่สร้างความคึกคักให้น้องแมวได้อย่างดี แถมยังช่วยคลายเครียดให้กับน้องได้ด้วย แต่ไม่ใช่แมวทุกตัวหรอกนะคะที่จะชอบเจ้าสิ่งนี้ เพราะบางตัวก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อสารที่พืชตัวนี้ปล่อยออกมาเลย 7. ทำหน้าตาเหมือนแหยง ๆ อะไรบางอย่าง มองดูเหมือนเจ้าเหมียวจะไม่พอใจต่ออะไรบางอย่าง แต่ความจริงแล้วมันกำลังได้กลิ่นบางอย่างที่ทำให้รู้สึกหอมแบบละมุนนุ่มลึกอยู่ต่างหาก 8. ใช้ลิ้นสากเลียทาส น้องมักชอบใช้ลิ้นในการทำความสะอาดตัวเอง ซึ่งถ้าน้องเอามาเลียเราย่อมหมายถึงน้องกำลังใส่ใจเราเหมือนที่กำลังใส่ใจตัวเอง นี่จึงเป็นการแสดงความรักของน้องแมวนั่นเอง 9. เลียน้ำจากก๊อก เคยมีไหมคะที่เห็นเจ้าเหมียวทำพฤติกรรมแบบนี้ทั้ง ๆ ที่มีจานน้ำวางไว้ให้แล้ว อย่าพึ่งมองว่ามันแปลกไปเลยจ้า เพราะนี่คือความชอบแบบส่วนตั๊ว...ส่วนตัว... หรือเรียกง่าย ๆ ว่าความอินดี้เฉพาะตัวนั่นเอง 10. บุกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ต้องมีทาสที่เดินอยู่ ๆ ก็โดนเจ้าเหมียวกระโจนใส่งับขาพร้อม ๆ กับอุ้มมืออุ้มเท้าที่กอดขาเราเอาไว้ อย่าพึ่งคิดว่านี้เป็นการโจมตีแต่มันคือการละเล่นแบบแมว ๆ ของน้องนั่นเอง ฮ่าๆๆๆ อย่าเผลอเตะน้องปลิวละ

Read More
featured image

เสียงร้องเจ้าเหมียว บอกอะไรเรานะ เมี้ยวววว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on มิถุนายน 10, 2019 - No Comments

เสียงร้องของแมวมีควายหมายว่าอะไร มีทาสคนไหนที่ชอบคุยกับเจ้านายเวลาส่งเสียงร้องเหมียว ๆ กันบ้างไหมคะ? นั่งคุยกันได้เป็นวรรคเป็นเวร ทั้งเรื่องนู่นเรื่องนี้ พอเจ้านายร้องขึ้นอีกก็ทึกทักไปว่ากำลังตอบเรื่องที่ตัวเองพูดอยู่ แต่ความเป็นจริงแล้วเจ้าเหมียวกำลังร้องบอกอะไรเรากันแน่ เพราะงั้นวันนี้เราจึงได้นำความหมายเสียงร้องของแมวมาตีความหมายกันค่ะ . 1. ร้องเพราะไม่สบาย ไม่บ่อยหรอกนะคะที่เจ้าแมวจะแสดงอาการให้เรารู้ว่ากำลังเจ็บป่วย เพราะโดยสัญชาตญาณแล้วแมวเป็นสัตว์นักล่า การทำตัวอ่อนแอให้เห็นอาจนำภัยมาให้ตัวเองได้ ถ้าไม่เพราะไว้ใจหรืออาการมันแย่เอามาก ๆ แล้วน้องคงไม่ส่งเสียงร้องบอกเราหรอกค่ะ หรือบางทีเราอาจไปลูบคลำตามปกติแล้วไปโดยบาดแผลที่น้องไม่ยอมบอกเข้าโดยบังเอิญก็เป็นได้ เพราะงั้นหากแมวของคุณมีท่าทีผิดไปจากเดิมก็มั่นสังเกตและตรวจเช็คให้แน่ใจนะคะว่าน้องยังสบายดี . 2. ร้องเพราะอยากให้สนใจ อันนี้คงไม่ได้มีแค่เสียงร้องที่น้องแสดงออกมาอย่างแน่นอน อาจตามมาด้วยพฤติกรรมทางกายที่แสดงออกให้เราเห็น ไม่ว่าจะเป็นเดินเข้ามาคลอเคลียไม่ว่าเราจะยืน เดิน หรือนั่งอยู่ หรือบางครั้งอาจขึ้นมากวนโต๊ะทำงานแล้วนอนทับมือที่กำลังรีบเร่งปั่นงานพร้อมหันหัวเล็ก ๆ ส่งสายตาแบ้ว ๆ กับเสียงร้องอ้อนให้เราใจอ่อนก็เป็นได้ . 3. ร้องเพราะกำลังเรียกร้องอาหาร บางทีเจ้าแมวเหมียวของเราก็สามารถกลายร่างเป็นนาฬิกาชั้นยอดให้กับเราได้ อย่างเช่นในทุกเช้าแทนที่เราจะได้ยินเสียงของนาฬิกาที่ตั้งปลุกเอาไว้กลับกลายเป็นเสียงของเจ้าแมวสุดรักที่กำลังร้องปลุกให้เราตื่นเพื่อให้เราลุกไปเทอาหารให้เดี๋ยวนี้ ถ้าสามารถแปลความหมายเสียงเล็ก ๆ นั้นได้ บางทีเราอาจกำลังโดนบ่นอยู่ก็เป็นได้ว่า “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนมนุษย์ ตื่นขึ้นไปเทอาหารให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!” . 4. ร้องเพราะกำลังบอกว่า “ยินดีต้อนรับกลับนะ” เวลาเราออกไปไหนนาน ๆ หรือไปทำงานตอนเช้าและกลับเข้าบ้านในตอนเย็นหรือดึกดื่น พอเปิดประตูเข้ามาเราจะได้ยินเสียงแสนคุ้นเคยที่ร้องเรียกให้เราหันไปสนใจทันทีพร้อมเดินเข้ามาคลอเคลียบ้างไหมคะ นั่นแหละค่ะคือการต้อนรับเล็ก ๆ จากผู้เฝ้ารอให้เรากลับมาบ้านเสียทีของเจ้าเหมียว ซึ่งแมวใครมีพฤติกรรมแบบนี้บอกเลยว่าเจองานเครียดแค่ไหนก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งค่ะ . 5. ร้องเพราะอยากบอกว่า “เขาเหงานะ” ความเหงาไม่ได้เกิดขึ้นได้แค่เผ่าพันธุ์ของมนุษย์เท่านั้นหรอกค่ะ เพราะเผ่าพันธุ์แมวเขาก็เหงาเป็นเหมือนกัน ยิ่งไม่มีของเอาไว้เล่นแก้เบื่อเวลาทาสอย่างเราไม่อยู่บ้าน บอกเลยว่าเวลามันช่างผ่านไปแสนนานเหลือเกิน เพราะงั้นพอเรากลับเข้าบ้านมาอาจไม่ได้ร้องทักทายเท่านั้น เจ้าเหมียวอาจจะกำลังฟ้องเราอยู่ก็ได้ว่า “มนุษย์หายไปไหนมา ปล่อยเขาไว้ตัวเดียวมันเหงานะ” . 6. ร้องเพราะรู้สึกเครียด เวลาเครียดแมวบางบ้านอาจแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเราอาจได้ยินเสียงร้องที่อยู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งนั่นอาจหมายความว่าเขากำลังเครียดกับอะไรบางอย่างอยู่ ทางที่ดีเราควรหาว่าต้นเหตุของความเครียดนั้นอยู่ที่ไหนแล้วให้รีบจัดการมันให้พ้น ๆ เจ้าเหมียวไปซะ แต่ถ้าหาไม่เจออย่างน้อยคอยปลอบประโลมหรือหาสิ่งมาเบี่ยงเบนความเครียดนั้นก็ยังดีค่ะ . 7. ร้องเพราะอาการสับสน ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับแมวที่มีอายุมากแล้ว เพราะการทำงานของสมองที่เสื่อมถอยลง เช่นนั้นควรพาน้องไปพบกับคุณหมอเพื่อรักษาอาการที่เกิดให้ดีขึ้นค่ะ . 8. ร้องเพราะต้องการผสมพันธุ์ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทำหมันให้น้องแมวเมื่อน้องมีอายุสักแปดเดือนถึงหนึ่งปีจะต้องได้ยินเสียงแหลม ๆ หรือต่ำ ๆ กว่าเสียงปกติของเจ้าเหมียวที่กำลังเรียกความสนใจจากบางอย่างที่ไม่ใช่ทาสอย่างเราแน่นอน ซึ่งแมวตัวเมียจะร้องครวญครางตอนมีประจำเดือน และแมวตัวผู้ที่พร้อมผสมพันธุ์จะร้องออกมาเมื่อได้กลิ่นของตัวเมียที่กำลังพร้อมตั้งครรภ์นั่นเอง คราวนี้ใครที่ชอบพูดคุยกับน้องแมวเวลาน้องส่งเสียงขึ้นมาคงจะพอเข้าใจการร้องของเขาบ้างแล้วใช่ไหมคะ เพราะงั้นอย่าเอาแต่คุยเรื่องของตัวเองแต่ให้ใส่ใจความรู้สึกของน้องบ้างแล้วกันเนอะ

Read More
featured image

รับมือหน้าฝนกับ 6 ข้อดูแลน้องแมว

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

วิธีเลี้ยงแมวในฤดูฝน หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้เริ่มมีพายุฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน ซึ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าฤดูฝนกำลังใกล้เข้ามา เพราะฉะนั้นแล้วเรามาเตรียมพร้อมวิธีรับมือกับสภาพอากาศในหน้าฝนให้กับน้องแมวกันดีกว่าค่ะ 1. อย่าปล่อยให้น้องเปียกฝน อาจไม่ใช่เรื่องปกตินักที่จะเห็นน้องแมวเดินออกไปเล่นน้ำฝน แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะวางใจได้นะคะ โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงน้องแบบปล่อยอิสระ เพราะบางทีน้องอาจจะกำลังติดลมเล่นอยู่นอกบ้านจนกลับเข้ามาไม่ทันฝนตก เพราะงั้นแล้วควรสอดส่องน้องให้ดีเมื่อเห็นว่าฝนกำลังจะตก เพราะน้องก็สามารถเจ็บป่วยได้เหมือนกัน และดีไม่ดีอาจไปติดเห็บซึ่งระบาดได้ดีในฤดูนี้จากนอกบ้านจนลามไปก่อโรคอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่น พยาธิเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ โลหิตจาง หรือภูมิคุ้มกันลด เป็นต้น 2. ฝนตกฟ้าร้องเอาน้องมาอยู่ใกล้ ๆ หรือสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับหน้าฝนนั่นก็คือฟ้าร้องฟ้าผ่าที่เกิดทีสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ลำพังแค่พวกเราได้ยินยังมีสะดุดตกใจ แล้วกับน้องแมวที่มีความเซ้นซิทีฟต่อเสียงจะขวัญเสียหวาดผวากันมากแค่ไหน เพราะงั้นแล้วเวลาเกิดฝนตกฟ้าคะนองแก้โดยการเปิดเพลงเบา ๆ กลบเสียงคำรามของท้องฟ้าไว้ก็เป็นอีกสิ่งที่พอจะช่วยได้ค่ะ และอย่าลืมเอาน้องมานอนใกล้ ๆ เพื่อที่เขาจะได้รู้สึกปลอดภัย เพราะไม่งั้นน้องตกใจจนตะเลิดหนีหายแล้วหาไม่เจอจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะคะ 3. ไม่อาบน้ำบ่อย ลดผิวเสียน้ำ ในข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่น้องแมวประทับใจที่สุด แต่อาจไม่ค่อยถูกใจเหล่าทาสอย่างเรา ก็แหม...วัน ๆ นึงไม่รู้น้องไปเล่นอะไรมาบ้าง คาบหนู เขี่ยแมลงสาบมาแล้วกี่ตัวนี่ใช่ไหม จะไม่ให้จับอาบเลยก็รู้สึกขัดใจ แต่เอาเถอะค่ะ การอาบน้ำน้องมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะจะทำให้ผิวของน้องแมวสูญเสียน้ำไปเกินความจำเป็นจนอาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ในภายหลังนะคะ และหลังอาบน้ำอย่าลืมเป่าหรือเช็ดตัวน้องให้แห้งด้วยละ ไม่งั้นเชื้อราเชื้อแบคทีเรียได้ถามหาแน่นอน 4. ทำความสะอาดที่นอนน้องไม่ให้ชื้นสะสม เหตุผลตามอย่างที่กล่าวไว้ในข้อที่แล้วเลยค่ะ น้องนอนที่ชื้น ๆ เป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นการเอื้ออำนวยให้เชื้อราและแบคทีเรียได้มีโอกาสขยายเผ่าพันธุ์จนสร้างปัญหาให้กับผิวของน้องได้แน่ ๆ 5. ดูแลเรื่องอาหารและน้ำ หน้าฝนเป็นฤดูที่สะสมโรคระบาดไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะงั้นแล้วจงหมั่นเช็คและทำความสะอาดเหล่าภาชนะที่ใส่น้ำและอาหาร อีกทั่งค่อยสอดส่องดูด้วยว่าอาหารเม็ดของน้องไม่มีเชื้อรามาขยายเผ่าพันธุ์ก็จะเป็นการช่วยให้น้องไม่ต้องทนเจ็บป่วยได้นะคะ 6. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อ อย่างสุดท้ายที่จะเสริมภูมิคุ้มกันน้องแมวให้แข็งแรงต้านโรคต่าง ๆ ได้ดี นั่นคือ การฉีดวัคซีนต่าง ๆ ตามที่หมอนัดอย่างครบถ้วนนั่นเอง โดยเฉพาะน้องแมวตัวน้อยที่มีอายุในหนึ่งปีแรกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังอ่อนแออยู่มากกับน้องแมวที่มีอายุมากกว่าสิบปีซึ่งถือว่ากำลังแก่งอมกันเลยทีเดียว การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก แต่ถึงแบบนั้นก็ควรเป็นไปตามที่แพทย์เห็นสมควรด้วยนะคะ

Read More
featured image

5 ความเชื่อเลี้ยงแมวในบ้าน เป็นแบบนี้จริงเหรอ?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

คนเลี้ยงแมวหลายคนอาจจะมีความเชื่อว่าการเลี้ยงแมวไว้ในบ้านโดยไม่ปล่อยให้น้องได้ออกไปไหนอาจเป็นการทรมานจิตใจน้องเกินไป ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแบบนั้นหรือไม่มีผลใด ๆ ต่อสภาพจิตใจน้องเลย เพราะหากสภาพแวดล้อมเหมาะสมการออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยค่ะ เพราะงั้นวันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 ความเชื่อที่ทำให้เราไม่อยากเลี้ยงแมวแต่ในบ้านกัน ปล่อยแมวให้อยู่แต่ในบ้าน น้องจะเบื่อเอาไหมนะ? นี่น่าจะเป็นเหตุผลต้น ๆ เลยที่ทำให้ทาสเลือกปล่อยให้น้องแมวได้เที่ยวเล่นนอกบ้านตามใจชอบ แต่อย่างที่บอกไปค่ะ สภาพแวดล้อมดีก็ไม่จำเป็นต้องอยากออกไปข้างนอก อย่างเช่น มีที่ให้ปีนป่ายและลับเล็บ มีของเล่นน่าสนใจพอที่จะดึงดูดให้น้องแมวเพลิดเพลินได้ รวมถึงมีสถานที่ให้น้องได้ผ่อนคลายและรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ในบ้าน โลกภายนอกก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่น้องโหยหาก็ได้ค่ะ เลี้ยงแมวไว้แต่ในบ้านต้องกลายเป็นแมวอ้วนในอนาคตแน่นอน ความอ้วนนี่เกิดจากไขมันสะสมค่ะ ถ้าเราควบคุมในเรื่องนี้แทนน้อง ๆ ได้ ปัญหากวนใจในเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดผลขึ้นอย่างแน่นอน และที่บอกว่าให้ควบคุมไม่ใช่ในน้องกินผักควบคุมน้ำหนักกันนะคะ แค่ให้อาหารน้องกินเป็นเวลา ของทานเล่นก็อย่าตามใจน้องมากเกินพอดี รวมถึงทำกิจกรรมให้น้องได้ขยับตัวเผาผลาญพลังงานในร่างกายบ้าง เลี้ยงแมวไว้ในบ้านเตรียมข้าวของพังได้เลย อันนี้ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจ้า เพราะไม่ใช่ของใช้ในบ้านที่น้องแมวจะทำลายไปเสียหมด เพราะถ้าสังเกตกันดี ๆ จะมีเพียงแค่สิ่งของที่น้องใช้ฝนเล็บเท่านั้นที่พัง เพราะงั้นจัดการไม่ยากเลยค่ะ แค่หาของทดแทนให้น้องไม่ลับเล็บ ถ้าตอนแรกน้องยังไม่ยอมไปฝนเล็บกับของที่เราจัดเตรียมไว้ให้ อาจใช้ตัวช่วยอย่างฟีโรโมนแมวเข้าช่วยให้น้องได้คุ้นชินก่อนได้ แล้วรับรองเลยว่าหลังจากนั้นไม่มีคำว่าข้าวของพัง ยกเว้นเราเอาของไปวางขวางทางแมวเท่านั้นเอ๊งงง ฮ่าๆๆๆ เคยเลี้ยงให้อยู่นอกบ้านแล้ว จะเปลี่ยนให้น้องมาอยู่แต่ในบ้านคงไม่ยอมแน่ๆ ต้องบอกว่าอย่าพึ่งมั่นใจไปค่ะ เพราะมีทาสแมวบางคนที่สามารถเปลี่ยนให้น้องอยู่ติดบ้านได้สำเร็จแล้ว แค่จัดบ้านให้น่าสนใจและน่าอยู่สำเร็จน้องแมวเท่านั้นก็สามารถดึงดูดให้น้อง ๆ ติดบ้านได้แล้ว ปล่อยแมวไว้นอกบ้านคงไม่เป็นไร ในเมื่อแถวบ้านเราก็แสนจะปลอดภัย ไร้สุนัขจร ไร้แมวจร ที่จะมาก่อกวนน้องด้วย ถ้ามั่นใจแบบนี้งั้นลองมาฟังงานวิจัยที่เคยมีในยุโรปกันค่ะ ด้วยการทดลองกับน้องเหมียวที่ปล่อยเลี้ยงแบบสบายๆ 10 ตัว พวกเขาติดตามชีวิตของพวกมันแล้วค้นพบความจริงที่ว่า น้องแมวไม่ได้เดินเล่นแถวบ้านอย่างที่เราเข้าใจเท่านั้น แต่พวกมันสามารถท่องเที่ยวไปได้เรื่อยๆ ในระยะรัศมี 50 ไร่กันได้เลยทีเดียว โอ้โห...นี่มันแมวนักผจญภัยใช่ไหม และจากขอบเขตนี้เราไม่สามารถจัดการให้ปลอดภัยสำหรับน้องได้แน่นอน ยกเว้นเสียว่าเราจะมีที่ 50 ไร่ขึ้นไป ไม่ว่าทาสแมวที่ได้อ่านกันแล้วจะเลือกเลี้ยงน้องกันแบบไหน แต่สำหรับไรท์ของเลือกที่จุดตรงกลางดีกว่าค่ะ กลางวันอยากเที่ยวก็เที่ยวไป แดดร้อน ๆ จะเที่ยวได้ไกลสักแค่ไหนกันเชี๊ยววว และในส่วนกลางคืนนั้น น้องต้องเข้าบ้านนอนเท่านั้น ...รู้ไหม! ฮ่าๆๆๆ

Read More
featured image

วิธีจัดบ้านให้แมว[ติด]บ้าน

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 22, 2019 - No Comments

ทำไงดีแมวชอบหนีเที่ยว แล้วไม่ยอมกลับบ้านบ่อยๆ เชื่อว่าหลายบ้านที่เลี้ยงแมวแบบปล่อยอิสระต้องมีเรื่องแบบน้องหายหน้าหายตาไปไหนไม่รู้อยู่ไม่ค่อยจะติดบ้านเลยกันใช่ไหมคะ ซึ่งบางทีอาจหายไปแค่ตอนกลางคืนส่วนกลางวันหลับเป็นตายเหมือนกับว่าไปอดหลับอดนอนมา หรือที่มากกว่านั้นก็คือหายไปหลายวันจนอยากไปแจ้งความว่าแมวหาย แต่เสียดายตรงที่ตำรวจเขาไม่รับแจ้งนี่สิ เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจึงนำวิธีมัดใจเจ้าแมวให้อยากอยู่ในบ้านมากกว่าไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ไม่รู้มาฝากกันค่ะ วิธีที่ 1 : จัดบ้านให้มีที่สูงไว้ปีนป่าย แม้ว่าแมวจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลิงเลย แต่น้องมีความชื่นชอบปีนป่ายขึ้นที่สูงราวกับลิงจ๋อกันเลยทีเดียวค่ะ ด้วยเพราะสัญชาตญาณนักล่าของน้องทำให้การอยู่ในจุดได้เปรียบอย่างที่สูงจึงเป็นจุดที่น้อง ๆ เขาชื่นชอบมากกว่าอยู่กับพื้นที่อาจโดน(ทาส)ลอบโจมตีได้ค่ะ วิธีที่ 2 : จัดให้มีที่สำหรับลับเล็บ สำหรับวิธีนี้ไม่ใช่เพียงแค่หลอกล่อให้น้องแมวอยู่ติดบ้านเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการป้องกันเฟอร์นิเจอร์ในบ้านไม่ให้เสียหายจากกรงเล็บของน้องด้วยค่ะ วิธีที่ 3 : แต่งบ้านด้วยสีเอิร์ทโทน ธรรมชาติเป็นสิ่งที่สัตว์หลายชนิดคุ้นเคย ต่อให้การลืมตามาดูโลกครั้งแรกจะเป็นในเมืองใหญ่ที่หาต้นไม้ยากมากก็ตาม แต่โดยสัญชาตญาณแล้วน้องแมวก็ยังคงใฝ่หาธรรมชาติที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายอยู่ดีค่ะ เพราะงั้นการเลือกตกแต่งบ้านด้วยเอิร์ทโทนจะทำให้น้องชอบและมีความสุขจนไม่อยากไปไหนมากกว่านะ  วิธีที่ 4 : มีมุมสบายและปลอดภัยไว้พักผ่อน น้องแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณในการระแวดระวังสูง เพราะน้องจะไม่ทนอยู่ในจุดที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ อย่างเช่น พื้นที่โล่งแจ้ง คงหายากน่าดูเลยนะคะที่จะได้เห็นน้องออกมานอนกลางบ้านโล่ง ๆ เพราะการอยู่ตามมุมต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น้องสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ (จะจัดการด้วยกรงเล็บหรือเดินหนีดี ฮ่าๆๆๆ) และนอกจากตามมุมต่าง ๆ ที่น้อง ๆ ชื่นชอบแล้ว การอยู่ในลังที่ปิดล้อมอย่างดีก็เป็นอีกความสบายใจของน้องเช่นกันค่ะ วิธีที่ 5 : จัดให้มีมุมตากแดดและชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกบ้านบ้าง อย่างที่บอกว่าน้องแมวที่เป็นสัตว์นักล่า เพราะงั้นการสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ (ที่ไม่ใช้หน้าของทาสมาคลอเคลียพุง) จึงเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงของน้องเขา คล้าย ๆ กับที่เรานั่งดูละครโทรทัศน์นั่นแหละค่ะ น้องไม่ชอบเผือกแต่แค่อยากรู้ความเป็นไปของโลกเท่านั้นเอง และแสงแดดก็เป็นพลังงานธรรมชาติที่ทำให้น้อง ๆ ผ่อนคลายได้ดีอย่างยิ่งด้วยค่ะ ใครที่สามารถจัดบ้านได้ตามความต้องการทั้ง 5 ข้อนี้ได้ อาจช่วยให้น้องแมวอยากอยู่ในบ้านมากกว่าออกไปผจญโลกกว้างให้เราต้องเป็นห่วงกันได้นะคะ แบบอารมณ์ประมาณว่าบ้านน่าอยู่ผู้อยู่อาศัยก็แฮบปี้ค่ะ

Read More
featured image

เรื่องของทรายแมวว เมี้ยว……

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

ทรายแมวประเภทต่างๆมีกี่แบบ วันนี้ไปเจอบทความเก่า ในกลุ่มชุมชนคนรักแมว เกี่ยวกับทรายแมว เอดเห็นว่ามีประโยชน์ เลยขออนุญาติมาแนะนำต่อนะครับ. ทรายแมวประเภทต่างๆ .1) ทรายแมวแบบเกล็ด (เบนโทไนท์เนื้อสีขาว)ข้อดี : ดูดซึมเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ไม่แตกสลาย เก็บกลิ่นดี ไม่มีฝุ่นข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกะราคาตามท้องตลาด และหาซื้อยากพอสมควรระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 5-6 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .2) ทรายแมวแบบเกล็ด (เบนโทไนท์เนื้อสีดำ)ข้อดี : ดูดซึมเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ไม่แตกสลาย เก็บกลิ่นดี ราคาถูกกว่าแบบสีขาว ข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูงแต่ไม่มาก หากซื้อยากพอสมควร *ย้ำมีฝุ่น เพราะเม็ดจะเล็กเป็นเศษ.ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 4-5 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .3) ทรายแมวแบบเม็ดกลม (มีส่วนผสมเบนโทไนท์แปรรูป..)ข้อดี : ดูดซึมได้ จับตัวเป็นก้อนปานกลาง ราคาถูก หาซื้อง่าย และมีหลายยี้ห้อมากกข้อเสีย : ต้องตักบ่อยๆ ปล่อยไว้นานของเสียจะเหนียวๆเละๆ เก็บกลิ่นไม่ค่อยดี ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 2-4 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .4)ทรายแมวแบบคริสตัลข้อดี : ดูดซึมของเหลวได้ดีมาก สามารถนำกลับมาล้าง ตากแดดแล้วใช้ใหม่ได้ ไม่มีฝุ่นข้อเสีย : ด้วยเม็ดสัมผัส อาจทำให้แมวเจ็บเท้า ไม่ค่อยเก็บกลิ่นเท่าไร ตอนล้างอาจต้องสัมผัสของเสียแมวโดยตรง ^ ^ ใช้จนเม็ดเป็นสีเหลือง ถึงค่อยทิ้ง... ระยะการใช้งาน : ระยะการใช้งานประมาณ 2-4 สัปดาห์ สำหรับแมว 1 ตัว .5)ทรายแมวแบบไม้สนข้อดี : ดูดซึมน้ำได้ดี ไม่มีฝุ่น และทิ้งลงชักโครกได้ เหมาะมากกับคนอยู่คอนโด ประหยัด ไม่ต้องตักทรายบ่อยๆ แค่ร่อนๆเอาผงทรายออก ทำจากพืชหากแมวเผลอเลียหรือกลืนก็ไม่เป็นอันตรายข้อเสีย : ถ้าเป็นอึจะเก็บกลิ่นได้ไม่ค่อยดี ถ้าร่อนทรายไม่ดีจะค้างหมักหมมแล้วเหม็นมากกก ต้องใช้กระบะทราย 2 ชั้นด้วย …

Read More
featured image

6 ท่าฝึกแมว…ใครว่าทำไม่ได้?

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

ฝึกแมว...แค่พูดคำนี้ก็คงมีคนส่ายหน้ากันแล้ว เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่าแมวเป็นสัตว์ที่อินดี้ที่สุดในโลก บทจะขี้อ้อนนัวเนียทาสก็อ้อนซะจนทาสไม่เป็นอันต้องทำอะไร แต่บทจะดื้อเพ่งแกล้งเมินทุกสิ่งอย่างก็ทำเอาทาสใจสลายจนไม่อยากไปเจ้ากี้เจ้าการอะไรน้องอีกแต่ว่า...แต่ว่า...แต่ว่า... ใครว่าน้องแมวจะฝึกไม่ได้! เพียงแค่การจะฝึกน้องต้องอาศัยความเข้าใจและอดทนเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งในวันนี้เรามี 6 ท่าที่จะเปลี่ยนแมวอินดี้ให้เป็นแมวเชื่องกัน >>> ท่าที่ 1 : ฝึกให้น้องขับถ่ายบนกระบะทราย <<<เริ่มกันด้วยท่าง่าย ๆ ที่ทาสหลายคนไม่มีปัญหากับการฝึกนี้ แต่ก็มีทาสอีกบางส่วนเหมือนกันที่ไม่รู้จะฝึกน้องยังไง ซึ่งเคล็ดลับนั้นไม่ยาก เพียงแค่สังเกตท่าทีเวลาน้องปวดฉิ่งฉ่องหรืออึอึ๊มักจะมีท่าทีงุ่นง่านเดินดมพื้นไปทั่ว ถ้าเห็นแบบนั้นก็จับน้องไปวางบนกระบะทรายที่จัดเตรียมไว้ได้เลย ทำซ้ำไม่กี่ครั้งน้องก็จำแล้วว่าตรงนี้คือห้องน้ำอันแสนสุข >>> ท่าที่ 2 : ฝึกให้เดินมาหาโดยการเรียกชื่อ <<<การฝึกท่านี้ที่จริงก็ไม่ได้ยากอะไร แต่เพียงต้องอาศัยความคุ้นชินและทำบ่อย ๆ ถ้าจะให้ดีมีของสุดโปรดของเขามาไว้หลอกล่อหรือทำให้รู้ว่าถ้ามาหาถึงจะได้กินขนมนะ ง่าย ๆ แค่นี้เอง >>> ท่าที่ 3 : ฝึกขอมือจากน้องแมว <<<เอ๊ะ! แมวก็ฝึกแบบนี้ได้เหรอ ต้องมีคนสงสัยแบบนี้แน่ ๆ เลยใช่ไหมละ เพราะอันที่จริงนี่ก็สงสัยหนักมากเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ ส่วนคนที่เคยฝึกเขาก็บอกว่าทำได้ซึ่งวิธีไม่ต่างจากฝึกน้องหมาเลยสักนิด โดยเริ่มแรกให้แตะหลังเท้าหน้าแล้วยกเอามาวางบนมือเราก่อนที่จะให้รางวัล เป็นการบอกให้รู้ว่าทำแบบนี้ถึงจะได้ ตอนที่ฝึกให้เรียกชื่อน้องหรือบอกว่าขอมือไปด้วย ทำซ้ำเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นจนกว่าน้องจะคุ้นชินคำสั่ง >>> ท่าที่ 4 : ฝึกให้นั่ง <<<ใครที่ฝึกน้องแมวมาได้จนถึงท่านี้ต้องขอตบมือให้ก่อนเลยจ้า เพราะเราได้เดินมาถึงครึ่งทางกันแล้ว ส่วนท่านี้ก่อนฝึกต้องเก็บสิ่งของที่จะดึงความสนใจของน้องออกให้หมด หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกให้นั่งเมื่อได้ยินคำสั่ง ซึ่งเหมือนกับข้ออื่น ๆ เลย หากน้องทำได้ค่อยให้ขนมนั่นเอง >>> ท่าที่ 5 : ฝึกจูงเดินด้วยสายจูง <<<

Read More
featured image

รู้ทันอาการแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกและวิธีรักษาเบื้องต้น

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on พฤษภาคม 12, 2019 - No Comments

เมื่อสัตว์เลี้ยงเจออากาศร้อน ฮีทสโตรกเป็นชื่อโรคที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ ในช่วงเวลานี้  ซึ่งโรคนี้เป็นมักแพร่ระบาดเป็นอย่างมากในฤดูร้อน และยิ่งกับหน้าร้อนของเมืองไทยในช่วงนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราได้ยินข่าวสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตเพราะความร้อนอยู่มาก หรือแม้แต่นักปั้นจักรยานกลางแจ้งที่เป็นลมหมดสติกันไปหลายราย ร้ายแรงสุดคือเสียชีวิตกันเลยทีเดียวอาการของโรคฮีมสโตรกที่พบได้ไม่ว่ากับมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงนั่นคือการที่ร่างกายมีความร้อนสะสมอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งกับร่างกายมนุษย์ของเรายังมีกลไกมากมายที่จะขับความร้อน ถ้าไม่ไปอยู่ในพื้นที่ร้อนจัดเป็นเวลานานก็ยังไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่กับสัตว์เลี้ยงของเราที่ร่างกายระบายความร้อนได้ลำบากกว่ามนุษย์นี่สิที่น่าเป็นห่วงอย่างน้องแมวที่สามารถขับความร้อนได้ทางอุ้งเท้าเท่านั้น ทำให้ร่างกายของน้องมีโอกาสเก็บสะสมความร้อนไว้ได้มากจนอาจก่อให้แมวป่วยเป็นฮีทสโตรกได้เลยทีเดียว ซึ่งหากเกิดขึ้นมาอวัยวะภายในของน้องจะได้รับความเสียหายจนบางครั้งอาจสร้างความผิดปกติให้กับน้องไปตลอดชีวิตหรือทำให้เสียชีวิตได้เลยอาการเบื้องต้นที่น้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกจะแสดงอาการออกมาคือ  - กระวนกระวาย มักชอบหาที่เย็น ๆ นอน- เหนื่อยหอบง่าย มีเหงื่อออกมากที่บริเวณอุ้งเท้า - เลียขนเพื่อระบายความร้อนบ่อยกว่าปกติ - อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติเล็กน้อยซึ่งหากปล่อยไว้นานเข้าอาจทำให้ร่างกายของน้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกมีความร้อนที่สะสมมากจนเข้าขั้นวิกฤตอย่าง... - ชีพจรเต้นเร็วและมีอาการหอบหายใจเร็วร่วมด้วย - ลิ้นและปากแดง - อ่อนเพลีย - เดินโซเซ - อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 40 องศาเซลเซียส วิธีปฐมพยาบาลน้องแมวป่วยเป็นฮีทสโตรกเบื้องต้น คือ - หาสถานที่อากาศถ่ายเทสะดวกให้น้องแมว อาจจะเปิดหน้าต่างและเปิดพัดลมส่ายไปมาเบา ๆ - เลี่ยงไม่ให้น้องออกไปบริเวณที่มีแสงแดด - เช็คตัวระบายความร้อนด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่าเล็กน้อย ไม่ควรเอาน้ำเย็นเช็คตัวน้องเลย เพราะอาจทำให้น้องช็อคได้- ค่อย ๆ ป้อนน้ำเย็น - ใช้ผ้าขนหนูเปียกหมาดห่อตัวน้องเอาไว้ - ห้ามเปลี่ยนอุณหภูมิห้องโดนฉับพลันเด็ดขาด เพราะไม่งั้นน้องอาจมีอาการช็อคได้หากปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วน้องแมวไม่มีอาการที่ดีขึ้นเลยให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ให้เร็วที่สุดค่ะ เ

Read More
featured image

12 พืช ที่ทำให้แมวเจ็บป่วยได้

By admin in ทาสแมวต้องรู้ on เมษายน 22, 2019 - No Comments

ต้นไม้ที่เป็นอันตรายต่อแมว ต้นไม้ที่เราเลือกเข้ามาปลูกไว้ในบ้านเพื่อหวังให้มันสร้างความสดชื่น ร่มเย็น และเป็นอาหารตาอาหารใจ แต่หากเรามีเพื่อนเล่นตัวน้อยอย่างเจ้าเหมียวอยู่ในบ้านด้วย เราจำเป็นต้องรู้เลยว่าพืชชนิดไหนที่ไม่ถูกโฉลกกับแมวเหมียวของเราอย่างแรง เพราะอาจทำให้น้องแมวป่วยจนอาจถึงแก่ชีวิตเลยก็ได้ เช่นนั้นวันนี้เราจึงขอนำเสนอ 12 พืชที่อย่าคิดเอาเข้ามาในบ้านถ้าไม่อยากให้เพื่อนแสนน่ารักของเราเผลอทำตัวเองจนกลายเป็นแมวป่วยไป 1. บอนสี พืชชนิดแรกนี้ลักษณะไม่สูงมาก แถมเจ้าแมวเหมียวของเราก็เผลอมากัดมากินทำให้ป่วยได้ง่ายๆ เสียด้วย อย่างต้นบอนสีที่มีอยู่หลายสีเลยล่ะ หากน้องแมวเผลอกินเข้าไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัด กลืนอาหารได้ผิดปกติ และหากได้รับมากอาจทำให้เสียชีวิตได้เลย 2. สาวน้อยประแป้ง ลักษณะภายนอกไม่ได้แตกต่างจากต้นบอนสีสักเท่าไหร่ แต่สามารถแยกออกจากกันได้ด้วยลาย เพราะลายของต้นสาวน้อยประแป้งนี้มีแค่สีขาวเท่านั้น และหากแค่สัมผัสกับน้ำยางก็ทำให้เกิดอาการแพ้ตัวบวมได้แล้ว ยิ่งเคี้ยวกินเข้าไปยิ่งไม่ต้องพูดเลยจ้า เพราะความเป็นพิษในรูปเข็มนับร้อยจะเข้าทำปฏิกิริยากับโปรตีนในร่างกาย ทำให้รู้สึกเจ็บปวด แสบร้อนที่ลิ้น ในปาก และลำคอ มีอาการบวมแดง ซึ่งพืชชนิดนี้ไม่ได้ทำอันตรายเพียงแค่ให้น้องแมวป่วยเท่านั้น เพราะความเป็นพิษของมันทำอันตรายสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่เว้นแม่แต่เราๆ ด้วยนะจ๊ะ 3. ยี่โถ ต้นยี่โถที่มีดอกสีสวยทั้งสีแดง ชมพู และขาว ต่างดูสวยสดงดงามแต่ใครจะเชื่อว่าภายใต้ความงามจะมีอันตรายซ่อนอยู่ทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้ำยาง อาจทำให้เกิดหัวใจวายได้เลยทีเดียว สำหรับน้องแมวที่ได้รับพิษเข้าไปจะมีอาการท้องเสียรุนแรง กล้ามเนื้อสั่น ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวขึ้นได้ 4. ปรงสาคู พืชที่ใบเป็นเหมือนหนามแหลม หากเข้าไปใกล้หรือสัมผัสโดนก็รู้สึกเจ็บแล้ว โดยปกติมันจึงเป็นไม้ประดับที่ไม่น่าจะมีใครอยากเข้าไปใกล้ แต่กับเจ้าเหมียวแสนซนของเราอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงไหมคะ ซึ่งพิษที่ได้จากพืชชนิดนี้จะทำให้น้องถ่ายออกมาเป็นสีดำ ระบบอวัยวะภายในฟกซ้ำ ทำลายประสาทและเกิดตับล้มเหลวได้ 5. ว่านหางจระเข้ ไม่น่าเชื่อว่าพืชที่มีสรรพคุณทางยาอย่างว่านหางจระเข้ก็จะสร้างปัญหาให้น้องแมวป่วยได้ เพราะหากน้องเผลอกินเข้าไปจะมีอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย ซึมเศร้า อาเจียน เบื่ออาหาร สั่นไปทั้งตัว และสีปัสสาวะเปลี่ยนกันเลยทีเดียว 6. ว่าน  4 ทิศ พืชมงคลที่มีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า และมีวาสนาบารมี แถมยังช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายทั้งหลายได้ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ได้รวมความคุ้มครองไว้ให้น้องเหมียวของเราด้วยนะ เพราะหากเผลอกินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องอย่างหนัก สั่นไปทั้งตัว เบื่ออาหาร และเกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากกว่าปกติด้วย 7. ผักบุ้ง ผักบ้านๆ ที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน ใครจะไปคิดละว่ามันจะเป็นตัวการให้ระบบทางเดินอาหารของน้องแมวทำงานผิดปกติ แค่นั้นยังไม่พอยังทำให้เกิดอาการหายใจติดขัด สั่นไปทั้งตัว กล้ามเนื้อกระตุก เบื่ออาหาร และเกิดภาพหลอนขึ้นได้ 8. พลูด่าง อีกหนึ่งพืชประดับที่ไม่น่าจะมีพิษมีภัยแถมยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้อีก จึงไม่น่าคิดเลยนะว่าจะสร้างปัญหาให้กับน้องแมวได้ ซึ่งหากกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในช่องปาก เกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ อาเจียน และกลืนอาหารลำบาก แม้เมื่อเทียบกับพืชตัวอื่นๆ ที่กล่าวมาก่อนแล้วจะดูเบาแต่ก็ควรที่จะระวังเอาไว้ เพราะเราคงไม่อยากเห็นน้องทรมานอย่างแน่นอน 9. คริสต์มาส นี่ไม่ใช่เทศกาลในปลายเดือนธันวาคมนะคะที่จะทำอันตรายน้องเหมียว แต่เป็นพืชสีแดงสดที่มักจะได้เห็นกันในเทศกาลนี้แถมยังมีชื่อเดียวกับเทศกาลอีกต่างหาก ซึ่งอาการที่เกิดจากพิษของพืชตัวนี้ค่อนข้างรุนแรงเลยจ้า เพราะแค่เพียงสัมผัสน้ำยางหรือกัดกินเข้าไปจะทำให้เกิดการเผาไหม้และระคายเคืองตามผิวหนังบริเวณที่สัมผัสโดนทันที รวมทั้งทำให้เกิดอาการปวดท้องและอาเจียนออกมาเล็กน้อยด้วยค่ะ 10. บีโกเนีย พืชคลุมดินขนาดเล็กที่มีดอกที่ให้สีสันสวยงามแต่กลับสร้างความระคายเคืองให้กับน้องแมวที่เผลอกินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการอักเสบในช่องปาก กลืนอาหารได้ยาก และอาเจียนร่วมด้วย 11. ฟิโดเดนดรอน อีกพืชกำจัดสารพิษในอากาศแต่ทะให้น้องแมวเกิดการระคายเคืองในปากหากกินเข้าไป เพราะงั้นจึงควรระมัดระวังพืชชนิดนี้ไว้ด้วยนะคะ 12. ลิลลี่ สุดท้ายกับต้นลิลลี่แสนสวยที่ไม่สวยแน่นอนหากน้องเผลอหม่ำ ซึ่งอาการเป็นเหมือนกับเจ้าต้นฟิโดเดนดรอนเลยค่ะ นี่ยังมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีพืชอีกหลายชนิดที่อาจจะสร้างปัญหาให้น้องแมวป่วยได้ หรือแม้แต่กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ในบ้านของเราเช่นกัน เพราะงั้นแล้วเราจึงควรใส่ใจศึกษาและเฝ้าสังเกตน้องแมวของเราด้วยนะคะ เพื่อที่หากเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ไม่สายเกินแก้จ้า

Read More